พรรคประชาชนเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ตีความคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท โดยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169
รายละเอียดการยื่นตีความ
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิริยะศักดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคฯ จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้ปรับลดงบประมาณปี 2568 เป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของฝ่ายบริหารในการปรับลดงบประมาณที่รัฐสภาได้อนุมัติไปแล้ว
ข้อกังวลเรื่องความชอบธรรม
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า "การที่รัฐบาลปรับลดงบประมาณโดยพลการ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา อาจเป็นการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจและสิทธิของฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมงบประมาณแผ่นดิน" นอกจากนี้ ยังกังวลว่าการปรับลดงบประมาณจะส่งผลกระทบต่อโครงการสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและสวัสดิการประชาชน
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้รัฐบาลต้องกลับไปใช้ร่างงบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐต่างๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลอาจต้องจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมหรือปรับลดรายจ่ายในส่วนอื่นเพื่อชดเชย
ปฏิกิริยาจากรัฐบาล
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า รัฐบาลยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการปรับลดงบประมาณเพื่อรักษาวินัยการคลังและลดภาระหนี้สาธารณะ รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหากมีการยื่นคำร้อง
บทสรุป
การยื่นตีความครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังของประเทศในระยะยาว โดยศาลรัฐธรรมนูญน่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 เดือนก่อนมีคำวินิจฉัย



