ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาทางเท้าที่ไม่สะดวกในการเดิน
สาเหตุและความสำคัญของการรื้อสิ่งกีดขวาง
นายชัชชาติเปิดเผยว่า ทางเท้าในกรุงเทพฯ มีสิ่งกีดขวางหลายประเภท เช่น ป้ายโฆษณา ตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้า และแผงขายของที่ตั้งรุกล้ำ ทำให้ผู้เดินเท้าโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการได้รับความเดือดร้อน การรื้อถอนครั้งนี้มุ่งเน้นให้ทางเท้ากลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถใช้ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ตามข้อมูลจากสำนักงานเขต พบว่ามีสิ่งกีดขวางที่ต้องดำเนินการกว่า 1,200 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยเริ่มต้นจากพื้นที่ที่มีการร้องเรียนมากที่สุด เช่น ถนนสีลม ถนนสุขุมวิท และถนนรัชดาภิเษก คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ
การตอบรับจากประชาชน
นางสาวสมหญิง (นามสมมติ) ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตบางรักกล่าวว่า "ดีใจที่ผู้ว่าฯ ให้ความสำคัญกับทางเท้า ที่ผ่านมาเดินลำบากมาก โดยเฉพาะตอนฝนตก" ขณะที่ นายวิชัย พ่อค้าในพื้นที่ให้ความเห็นว่า "ควรมีการจัดการที่ชัดเจน ไม่ใช่รื้อแล้วปล่อยทิ้งไว้"
นายชัชชาติย้ำว่า การรื้อถอนจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยเจ้าของสิ่งกีดขวางจะได้รับแจ้งให้เคลื่อนย้ายก่อน หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางเขตจะดำเนินการรื้อถอนและคิดค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย
แผนการดำเนินงานในระยะยาว
นอกจากการรื้อถอนแล้ว กทม. ยังมีแผนปรับปรุงทางเท้าในพื้นที่สำคัญ รวมถึงการติดตั้งราวกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งสิ่งกีดขวางอีกในอนาคต นอกจากนี้ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ฝ่าฝืน
นายชัชชาติกล่าวว่า "เราต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ทางเท้าที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญ การรื้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาปลายเหตุ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเมือง"
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสสิ่งกีดขวางทางเท้าได้ที่สายด่วน กทม. 1555 หรือผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue



