นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวมีความจำเป็นและเร่งด่วน เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในภาวะวิกฤติ
ยืนยันความจำเป็นและเร่งด่วน
นายเอกนิติกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พิจารณาทุกช่องทางแล้ว ทั้งการโยกงบประมาณปี 2569 ที่เบิกจ่ายล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณปี 2570 จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เหลือเวลาอีก 5 เดือน แต่วิกฤติปัจจุบันต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้ทันท่วงที ภาพรวมงบประมาณไม่เพียงพอ ดังนั้นการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจึงมีความจำเป็นและเร่งด่วน
ไม่กังวลกรณีประชาธิปัตย์ยื่นตีความ
นายเอกนิติระบุว่าไม่กังวลต่อการที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะสมัยการออก พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง (กู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท) ก็เคยถูกฟ้อง และตนได้ไปช่วยอธิบายที่ศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเข้าใจบทบาทของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนและดูทางเลือกอื่นแล้ว ไม่เห็นทางเลือกอื่นๆ
โต้ข้อกล่าวหาตีเช็คเปล่า
นายเอกนิติกล่าวถึงกรณีนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ชี้ว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินเป็นการตีเช็คเปล่า ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนรายละเอียดจะมาทีหลัง จากสถานการณ์ประเทศที่กำลังเจอวิกฤติโลกและพลังงานหลายระลอก หลายประเทศมองว่าวิกฤติจะยาวนาน จึงต้องหาวิธีป้องกันระยะยาว เตรียมกระสุนให้พร้อม ด้วยการออก พ.ร.ก.นี้เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจน
วิกฤติปากท้องและปรับโครงสร้างพลังงาน
นายเอกนิติย้ำว่านี่เป็นวิกฤติปากท้อง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าพลังงานและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก จึงควรเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณรวดเดียว มีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ หรือเป็นการตีเช็คเปล่า



