ศาลฎีกาสั่งรับคำร้องปปช.44อดีตสส.ก้าวไกล แต่ไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 สส.ปชน.
ศาลฎีกาสั่งรับคำร้องปปช.44สส.ก้าวไกล แต่ไม่หยุดหน้าที่10สส.

ศาลฎีกามีคำสั่งต่อคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในประเด็นกล่าวหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 44 คน จากพรรคก้าวไกล ซึ่งสะท้อนความน่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 10 คน จากพรรคประชาชน ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ซึ่งเป็นข้อดีต่อพรรคสีส้มและฝ่ายค้านโดยรวม

ศาลยังคงเป็นที่พึ่งทางความยุติธรรม

คำสั่งของศาลฎีกาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าศาลยังคงเป็นที่พึ่งและเป็นความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นความเป็นธรรม ท่ามกลางข้อกังขาที่มีต่อองค์กรอิสระอย่างน้อยสองแห่ง อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ยังคงมีความไม่ชัดเจนในคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 229 คน และ ป.ป.ช. ในกรณีการยกคำร้องอดีตรัฐมนตรีในเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อเทียบกับการรับคำร้องกรณีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 44 คน จากพรรคก้าวไกล ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ไม่มีคำสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คนของพรรคประชาชนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ในสภา ถือเป็นการประนีประนอมที่ช่วยลดอารมณ์ความรู้สึกของทั้งผู้สนับสนุนพรรคสีส้มและประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่แม้ไม่ชอบพรรคสีส้ม แต่ก็ยังต้องการเห็นความยุติธรรมทางการเมือง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางการต่อสู้ที่ไม่ย่อท้อของพรรคประชาชน

คำสั่งนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการต่อสู้ที่มุ่งมั่นและไม่ย่อท้อของพรรคประชาชน ตั้งแต่การขอโอกาสชี้แจงข้อกล่าวหา ไปจนถึงการยื่นคัดค้านผู้ร้องในประเด็นที่ให้ศาลมีคำสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คนยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีตั้งแต่วันที่ ป.ป.ช. ส่งคำร้องไปยังศาล โดยให้เหตุผลว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการเสนอและแก้ไขกฎหมาย มิได้มีเจตนาอย่างอื่น โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่าไม่ยึดมั่นและไม่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลฎีกามีความเห็นสอดคล้องว่าผู้ถูกคัดค้านมีหน้าที่ต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงยังไม่สมควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพียงแต่ห้ามกระทำซ้ำหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ถูกกล่าวหา มิฉะนั้นอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลดีต่อพรรคประชาชนและฝ่ายค้านในสภา

คำสั่งของศาลฎีกาที่ออกมาในวันนี้เป็นผลดีต่อพรรคประชาชนและการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภา เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับท็อปหรือตัวตึงทั้ง 10 คนยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยความเข้มข้นในการทำงานไม่ได้ลดน้อยลง หากเทียบกับกรณีที่ต้องเลื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่แทน นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือหัวหน้าเท้ง หากพรรคยังไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามที่มีการเตรียมการไว้ ก็ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภาได้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในคดีนี้

สัญญาณต่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

ผลจากคำสั่งในวันนี้ย่อมมีนัยสำคัญและส่งสัญญาณไปยังองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญว่า การถูกมองว่าเป็นเครือข่ายหรือฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจนั้น ไม่ได้ส่งผลเชิงบวกเสมอไป แต่องค์กรเหล่านี้ต้องพึงระมัดระวังในเรื่องภาระหน้าที่และความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้ปฏิบัติตนเป็นกลาง

ความเชื่อมั่นต่อระบอบรัฐสภา

คำสั่งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบอบรัฐสภาในฐานะองค์กรที่จะช่วยหาทางออกให้กับปัญหาของประเทศ ตามที่หลายฝ่ายเชื่อและพยายามผลักดันมาโดยตลอด แทนที่จะต้องหาทางออกด้วยวิธีการอื่นนอกสภา เช่น การชุมนุมบนท้องถนนที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง เราจึงได้เห็นบรรยากาศทางการเมืองที่ผ่อนคลายลงในวันนี้

ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจหรือ MOU อย่างรวดเร็วตามแบบ “พูดแล้วทำ” สะท้อนถึงความเด็ดขาด ขณะที่การอภิปรายในสภาเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทุกปีแต่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไข ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา

แท็กที่เกี่ยวข้อง: พรรคประชาชน, ปชน., ป.ป.ช., ศาลฎีกา, 44 สส. พรรคก้าวไกล, ก้าวไกล, องค์กรอิสระ, ยุติการทำหน้าที่ สส., 10 สส., เท้ง, ณัฐพงษ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ