นายกฯ อนุทิน ฟาด รัฐจ่ายเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงาน แต่คือความอัปยศ
นายกฯ ฟาดจ่ายเยียวยา 8 พันล้านคือความอัปยศ

อนุทิน ชาญวีรกูล ฟาดแรง จ่ายเยียวยาเหยื่อ 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงาน แต่คือความอัปยศ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เอกอัครราชทูต และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังนโยบาย

นายอนุทินกล่าวอย่างดุดันถึงตัวเลขการเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตั้งแต่ปี 2544 ที่รัฐจ่ายไปแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท ให้กับเหยื่อกว่า 1.4 แสนราย ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลควรนำมาอวดอ้างเป็นผลงาน “เงิน 8,000 กว่าล้านบาทที่จ่ายไป ไม่ใช่ผลงาน แต่มันคือความน่าอัปยศอดสูที่เราไม่สามารถนำคนผิดจริงๆ เข้าคุกได้ แต่กลับไปยัดเยียดความผิดให้ผู้บริสุทธิ์จนเขาต้องสูญเสียอิสรภาพ เงินก้อนนี้ควรจะเอาไปสร้างประโยชน์อย่างอื่นให้คน 70 ล้านคนได้มากกว่ามาจ่ายชดเชยความผิดพลาดของรัฐ”

นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เลิกทำให้ผู้บริสุทธิ์เป็นแพะ

นายกรัฐมนตรียังประกาศจุดยืนกร้าวต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดว่า รัฐบาลจะยืนเคียงข้าง “แพะ” และผู้บริสุทธิ์ พร้อมกำชับว่าข้าราชการคนใดที่ละเลยหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความอยุติธรรม จะต้องได้รับโทษสถานหนัก “คนที่ไม่อำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่ควรได้รับ จะต้องได้รับการลงโทษมากกว่าคนที่กระทำผิดด้วยซ้ำ” นายกฯ กล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศต้องทำงานเชิงรุก ห้ามปล่อยให้ประชาชนรอความช่วยเหลือนาน เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม นายกฯ ยังเชื่อมโยงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเข้ากับการยกระดับประเทศสู่สากล โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งหลักนิติธรรมเป็นตัวชี้วัดสำคัญ

“ความเป็นอารยะวัดจากการที่รัฐปฏิบัติต่อคนตัวเล็กและกลุ่มเปราะบางในสังคม และยึดหลัก ‘Justice for All’ ไม่ใช่ Justice for someone หรือ Justice for friends ปัจจุบันโลกไม่ได้มองแค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่มองว่ารัฐดูแลประชาชนได้ดีแค่ไหน เราต้องก้าวข้ามหลุมความอยุติธรรมนี้ให้ได้ เพื่อให้ไทยเป็นประเทศที่มีอารยะและเป็นที่เชื่อถือของชาวโลกอย่างแท้จริง” นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย