“อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม พร้อมประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก
อนุทินเผยหวังอี้เยือนไทยขอซื้อของเพิ่ม ประชุมครม.เศรษฐกิจ

“อนุทิน” เผย “หวัง อี้” เยือนไทยเตรียมขอให้ซื้อของเพิ่ม พร้อมประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก

เมื่อเวลา 12.50 น. ของวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ซึ่งมีกำหนดในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าการเดินทางมาครั้งนี้ถือว่ามีสองภารกิจสำคัญ ทั้งในส่วนที่เป็นภารกิจส่วนตัวและภารกิจทางการเพื่อการหารือระหว่างกัน

หารือความร่วมมือไทย-จีน ขอซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม

นายอนุทินชี้แจงว่า ประเด็นระหว่างไทยกับจีนมีแต่เรื่องความร่วมมือกันเป็นหลัก โดยรัฐบาลไทยอาจขอให้ฝ่ายจีนพิจารณาซื้อสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของข้าวและผลไม้ รวมถึงการสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติมและแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีมากขึ้น การหารือในครั้งนี้จะดำเนินการในรูปแบบเปิดกว้างและเป็นกันเอง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายคุ้นเคยกันดี

เตรียมประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก วันที่ 27 เมษายน

นายกรัฐมนตรียังได้เปิดเผยถึงแผนการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ โดยจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์อย่างต่อเนื่อง สำหรับการประชุมนัดแรกจะเชิญตัวแทนจากภาคเอกชนสามสถาบันหลักเข้าร่วม ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การหารือในที่ประชุมจะครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อถูกถามโดยเฉพาะเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส นายอนุทินยืนยันว่าใช่ และจะมีการพูดถึงในที่ประชุมด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำถามเกี่ยวกับความชัดเจนในการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นายกรัฐมนตรีได้ฟังคำถามแต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

โยน “เอกนิติ” ตอบปม พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

ในส่วนของพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่มีการตั้งคำถามถึงความชัดเจน นายอนุทินกล่าวว่า “เดี๋ยวหารือกัน เรื่องแบบนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงเพราะมีข้อมูลทั้งหมด” โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าในหลักการใดๆ ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเวียนเข้าสู่ระบบและประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

กรณีธงชาติไทยหายที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

สำหรับกรณีธงชาติไทยสูญหายจากเสาธงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว