“วีระยุทธ” นำทีม สส.พรรคประชาชน ร่วมเวทีผู้นำก้าวหน้าโลก ย้ำบทบาทรัฐต้องลงทุนนำเพื่อยกระดับขีดแข่งขันประเทศ
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 มีรายงานว่า วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ และ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร เขต 4 จากพรรคประชาชน ได้เดินทางไปยังเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17-18 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมงาน Global Progressive Mobilisation ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกสำหรับความร่วมมือของผู้นำพรรคฝ่ายก้าวหน้าและสังคมประชาธิปไตยทั่วโลก
ย้ำวิสัยทัศน์ “รัฐต้องนำลงทุน” สร้างขีดความสามารถแข่งขันในภาวะโลกป่วน
นายวีระยุทธ เปิดเผยว่า งานนี้จัดขึ้นโดยเครือข่ายพรรคสังคมประชาธิปไตยทั่วโลก นำโดย เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน และ ลูลา ประธานาธิบดีบราซิล เพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมในภาวะวิกฤตโลกที่ป่วนวุ่นวาย เขาชี้ว่า หากไม่มีระเบียบโลกที่มีขื่อมีแป ประเทศมหาอำนาจอาจเข้าควบคุมทรัพยากรจำกัด โดยไม่เหลือพื้นที่ต่อรองให้ประเทศขนาดกลางและเล็ก
“วิกฤติน้ำมันรอบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ระเบียบโลกที่เละเทะส่งผลโดยตรงต่อปากท้องและชีวิตของเราทุกคน” นายวีระยุทธ กล่าว พร้อมเสริมว่าเขาได้ร่วมวงนโยบายเศรษฐกิจกับ มาเรียอานา มัซซูกาโต นักเศรษฐศาสตร์สายก้าวหน้าจาก UCL ซึ่งมีบทบาทสำคัญกับประเทศกำลังพัฒนา
ชี้ประเทศกำลังพัฒนาต้องหลุดจากกับดักความคิดเก่า รัฐต้องมีจิตวิญญาณผู้ประกอบการ
ทั้งสองเห็นตรงกันว่า ขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ แต่ประเทศกำลังพัฒนาจะไม่ก้าวสู่ความร่ำรวยอย่างยั่งยืน หากยังติดกับดักความคิดแบบเก่าที่เชื่อในสูตรสำเร็จโบราณ เช่น เปิดเสรีให้ต่างชาติลงทุน ลดกำแพงภาษี และลดบทบาทรัฐ
“มายาคตินี้ไม่เคยทำให้ประเทศไหนร่ำรวยอย่างยั่งยืน มีแต่บริษัทต่างชาติและทุนผูกขาดท้องถิ่นที่รวยขึ้น” นายวีระยุทธ กล่าว พร้อมยกบทเรียนจากเอเชียตะวันออกและยุโรปว่า รัฐต้องมีจิตวิญญาณและวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurial State เพราะรัฐเป็นผู้เก็บและใช้เงินภาษี รวมถึงเป็นผู้ลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ
เน้นการปฏิรูปรัฐไม่ใช่แค่ตัดคน-ลดงบ แต่ต้องถือธงนำลงทุนเพื่ออนาคต
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า การปฏิรูปรัฐไม่ใช่เพียงการตัดคน ตัดงบ หรือลดกฎระเบียบ แต่รัฐต้องถือธงนำในโครงการลงทุนที่เป็นประโยชน์ระยะยาวกับประชาชน เป็นผู้กำหนดทิศทางการแข่งขันในตลาด และทำให้สังคม “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” ร่วมกันในการลงทุนเพื่ออนาคต
“เมื่อรัฐแบกรับความเสี่ยงให้เอกชนและประชาชน บางโปรเจกต์ย่อยอาจล้มเหลว แต่หากเอกชนประสบความสำเร็จจากงานวิจัยบุกเบิกที่รัฐลงทุนไปต่อยอด และทำกำไร ก็ต้องเฉลี่ยสุขคืนให้สังคมด้วย” เขากล่าว พร้อมเน้นว่ารัฐมีหน้าที่จูงใจและบังคับให้นำผลกำไรไปลงทุนต่อ ไม่ใช่แค่ปันผลให้ผู้ถือหุ้น
ยกตัวอย่างความสำเร็จและบทเรียนจากต่างประเทศ
นายวีระยุทธ ยกตัวอย่างความสำเร็จ เช่น การลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดพร้อมเป็นเจ้าของเทคโนโลยีของเยอรมนี และการใช้รัฐวิสาหกิจลงทุนในภารกิจสำคัญที่ภาคเอกชนซึ่งมองกำไรระยะสั้นไม่ทำ ในทางตรงข้าม เขาชี้ว่าการให้สัมปทานโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าหรือพลังงานกับเอกชนด้วยสัญญาระยะยาว อาจกลายเป็นเสือนอนกิน โดยประชาชนต้องแบกรับค่าไฟแบบ “เฉลี่ยทุกข์”
“ตัวอย่างใกล้ตัวคือเวียดนาม ที่เดินหน้า Doi Moi 2.0 ด้วยการปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าการปฏิรูปรัฐยุคนี้คือนโยบายปากท้อง เพราะรัฐที่เก่งขึ้นจะนำเงินภาษีกลับมาดูแลประชาชนในยามวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
ชูเป้าหมายเศรษฐกิจพรรคประชาชน: เศรษฐกิจที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
นายวีระยุทธ ยังนำเสนอเป้าหมายเศรษฐกิจของพรรคประชาชน ซึ่งมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็นของประชาชน ผ่านสามเสาหลัก:
- รากฐานที่มั่นคง (firm ground)
- การแข่งขันที่เป็นธรรม (fair game)
- การเติบโตในอนาคต (future growth)
เขาระบุว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศสามารถช่วยบรรลุเป้าหมายนี้ได้ด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถของรัฐ การตรวจสอบและกำกับดูแลแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้เศรษฐกิจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงในที่สุด



