อภิสิทธิ์แนะรัฐบาลลดค่าการกลั่น-เก็บภาษีลาภลอย แทนการออก พ.ร.ก.กู้เงิน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลกำลังพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาปลายทาง โดยชี้ว่าแนวทางดังกล่าวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าการกู้เงิน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขายังรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลถึงรายละเอียดและความตั้งใจในการใช้จ่ายเงินกู้ดังกล่าวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอมาอย่างต่อเนื่องคือการให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนให้มากที่สุดก่อน โดยเฉพาะการลดค่าการกลั่นน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันยังมีภาษีสรรพสามิตที่สามารถปรับลดลงได้อีกมากพอสมควร
"หากรัฐบาลสามารถลดค่าการกลั่นลงได้อีก 5 บาท จะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้ทุกคน ไม่ใช่เพียงผู้ใช้น้ำมันโดยตรง แต่รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่ลดลงด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมชี้ว่าการลดต้นทุนนี้จะทำให้ความจำเป็นในการใช้เงินดูแลปลายทางน้อยลง และหลีกเลี่ยงประเด็นถกเถียงเรื่องการช่วยเหลือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ข้อเสนอเก็บภาษีลาภลอย
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการเก็บภาษีลาภลอยในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวน โดยยกตัวอย่างว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาการกลั่นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14-15 บาท หากมีการเก็บภาษีนี้ตั้งแต่ต้นเดือน อาจช่วยบรรเทาภาระได้มาก
เขายังเปิดเผยว่าได้พบกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และยืนยันว่าแม้ในเดือนมีนาคมจะลดค่าการกลั่นมา 2 บาท แต่เดือนเมษายนกลับขยับขึ้นมา 15 บาท จึงเรียกร้องให้เร่งดำเนินการปรับลดให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ผลกระทบต่อราคาสินค้าและประชาชน
นายอภิสิทธิ์ยกตัวอย่างกรณีราคาน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 42 บาท หากลดภาษีสรรพสามิตไป 6 บาท และเก็บค่าการกลั่นอีก 5 บาท ราคาน้ำมันอาจกลับไปอยู่ที่ประมาณ 30 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งลดลง และควรทำให้ราคาสินค้าลดลงตามไปด้วย
"พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้รัฐบาลบริหารต้นทุนให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยลดภาระของรัฐบาลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น" เขากล่าวเสริม
ความคาดหวังต่อการประชุม กบง.
สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันพรุ่งนี้ นายอภิสิทธิ์แสดงความเชื่อมั่นว่าอาจมีข่าวดีออกมา โดยเฉพาะการที่กระทรวงพลังงานอาจลดราคาลงได้ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้พูดถึงหลักการที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขในเดือนมีนาคมและเมษายน
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่ายังมีปัญหาด้านการคำนวณพรีเมี่ยมวอลล์หรือต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดการโต้แย้งระหว่างตัวเลขจากภาคเอกชนและความเป็นจริง แต่เขายังเชื่อว่าการเก็บค่าการกลั่น 5 บาทนั้นเป็นไปได้อย่างสบาย
นายอภิสิทธิ์สรุปว่า แม้จะเข้าใจว่าสถานะการคลังในปัจจุบันอาจทำให้การขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็นเรื่องจำเป็น แต่รัฐบาลควรมีแผนที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามและหาวิธีสร้างรายได้กลับคืนมาในระยะยาว



