ร้อนทั่วโซเชียล! ชาดา ไทยเศรษฐ์ แจกเงินผู้สูงอายุสงกรานต์ จุดประเด็นถกเถียงการเมืองไทย
คลิปภาพนายชาดา ไทยเศรษฐ์ บ้านใหญ่อุทัยธานี แกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย แจกเงินผู้สูงอายุร่วม 1 พันคน ในวันสงกรานต์ที่จังหวัดอุทัยธานี กลายเป็นประเด็นร้อนระอุในโลกโซเชียล มีเดีย แตกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวทำได้หรือไม่ และเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเปล่า ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งกลับชื่นชมความมีน้ำใจของนายชาดา ที่ไม่เพียงแต่แจกเงินให้ผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังขนขนมไปแจกให้เด็กๆ ในงานด้วย
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและนักการเมือง
แม้ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยืนยันว่านายชาดาสามารถทำได้ เพราะพ้นจากช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้ว แต่กูรูบางคนกลับเห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นเรื่องร้องให้ กกต.ตรวจสอบได้ และอาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ หากชนะเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กกต.จะขานรับหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจับตาดู
ที่ปฏิเสธไม่ได้ คือภาพสะท้อนการเมืองไทยที่ยังสลัดภาพการใช้เงินเป็นยุทธปัจจัยสำคัญเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายการเมืองกับประชาชนไปไม่พ้น ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ฉบับปี 2540 ที่มีการปฏิรูปโครงสร้างการเมืองครั้งใหญ่ของไทยเป็นต้นมา ผ่านข้อห้ามการเสนอให้ สัญญาว่าจะให้ และการตอบแทนอื่นๆ
เสียงวิจารณ์และปฏิกิริยาจากแวดวงการเมือง
จึงได้เห็นการตีกัน สกัดการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายที่เขียนห้ามไว้เฉพาะช่วงเลือกตั้ง ของ สส.พรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็น "ลิซ่า" น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ที่แนะให้นายชาดาปรับเปลี่ยนวิธีการจากสงเคราะห์แจกเงินให้คนแก่ เป็นให้สวัสดิการผู้สูงอายุ โดยผลักดันเพิ่มเงินเบี้ยยังชีพอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ผู้สูงวัยคนอื่นๆ ได้รับโดยถ้วนหน้า
รวมทั้งการออกโรงเหน็บของ "ไอซ์" น.ส.รักชนก ศรีนอก ที่โพสต์ข้อความประชดประชัน "อยากรวยเหมือนพี่ชาดา" แต่แทนที่จะไปกระตุกต่อมความคิดใหม่ๆ กลับกลายเป็นถูกโพสต์โต้กลับจากนายชาดา ให้มาเป็นแฟนตน ราวกับเรื่อง "แจกเงิน" ชาวบ้าน เป็นเรื่องปกติ
ปฏิกิริยาจากนายกรัฐมนตรีและบริบททางการเมือง
ผู้สื่อข่าวพยายามนำเรื่องนี้ไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กลับได้คำตอบเพียงทำท่าอ้าปากปิดหู บอกหูอื้อไม่ได้ยิน ซึ่งเป็นแนวทางที่นายกฯ ชอบใช้ และเลือกจะตอบเพียงบางคำถามเท่านั้น ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาล "อนุทิน 2" ซึ่งได้ประกาศให้น้ำหนักกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง และความเข้มข้นของคนระดับรัฐมนตรีในรัฐบาล
แม้นายชาดาไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่เขาเป็นพ่อและลุงของรัฐมนตรี ทั้ง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยการเมืองไทยถูกกลุ่ม "ทุนเทา" เข้ามาแทรกแซงครอบงำ ทั้งผ่าน สส. และผู้บริหารท้องถิ่น หลายคน ที่ถูกระบุว่า เกี่ยวพันกับกลุ่มแก๊งมิจ แก๊งสแกมเมอร์และกลุ่มฟอกเงินระดับนานาชาติ
คำถามท้าทายอนาคตการเมืองไทย
หากการแจกเงินเป็นเรื่องปกติและถูกต้องตามกฎหมาย ต่อไปจะมีใครกล้ารับประกันว่า จะไม่มีการใช้ "ทุนเทา" แจกผ่าน สส.หรือนักการเมือง ให้เห็นอย่างดาษดื่น โดยมีเป้าประสงค์อื่น หรือมีเป้าประสงค์ต่างตอบแทน เมื่อนั้นการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร คงไม่ยากเกินคำตอบ



