ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมสถานภาพนายกฯ เศรษฐา กำหนดนัดชี้ขาด 14 ส.ค.
ศาล รธน.รับคำร้องปมนายกฯ เศรษฐา นัดชี้ขาด 14 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567

ข้อกล่าวหาและการดำเนินการของศาล

ผู้ร้องอ้างว่านายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีหมิ่นประมาท อันเป็นความผิดที่ทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (6) ประกอบมาตรา 160 (5) การแต่งตั้งดังกล่าวจึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ที่บัญญัติว่า "รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่อนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) หรือ (5)"

ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้ดำเนินการ และกำหนดให้ผู้ถูกร้อง (นายเศรษฐา) ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กำหนดการสำคัญ

ศาลฯ ยังได้กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 น. โดยให้คู่กรณีและผู้เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้ ศาลฯ มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำร้อง และหากรับแล้วต้องดำเนินการโดยเร็ว

ผลกระทบทางการเมือง

กรณีดังกล่าวสร้างความตื่นตัวในแวดวงการเมือง เนื่องจากนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 หากศาลวินิจฉัยว่าสถานภาพสิ้นสุดลง จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งชุดพ้นจากตำแหน่ง และต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพิชิต ชื่นบาน อดีตทนายความ เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เมื่อปี 2556 ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา และต่อมาศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งนายพิชิตได้เข้ารับโทษแล้ว ปัจจุบันพ้นโทษแล้วกว่า 10 ปี

ข้อต่อสู้ของฝ่ายรัฐบาล

ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลและนายกฯ เศรษฐาเตรียมยกข้อต่อสู้ว่า การแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปโดยสุจริต และนายพิชิตมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เนื่องจากโทษจำคุกดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว และนายพิชิตได้พ้นโทษแล้ว จึงไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (6) ซึ่งบัญญัติว่า "ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล" แต่ปัจจุบันนายพิชิตไม่ได้ถูกคุมขังแล้ว

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตีความบทบัญญัติดังกล่าวว่าหมายถึงผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้พ้นโทษแล้ว หรือเฉพาะขณะที่ยังถูกคุมขังอยู่ ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญในการวินิจฉัย

ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้าน

ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ร้องได้แสดงความมั่นใจว่าศาลจะวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย โดยชี้ว่าการแต่งตั้งผู้ที่เคยต้องโทษอาญาเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ผู้บริหารประเทศมีประวัติที่สะอาด

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่านายกฯ เศรษฐาจะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป และพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างเต็มที่

นับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2567 จะเป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายจับตาดูการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำวินิจฉัยที่ออกมาจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ