ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดโปงงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท จัดซื้อเครื่องบินรบ F-35A ถูกซุกในงบกลาง
ส.ส.ก้าวไกลเปิดโปงงบซื้อ F-35A ซุกในงบกลาง (05.04.2026)

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคก้าวไกล ได้เปิดโปงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธทางทหารของรัฐบาล โดยอ้างอิงจากเอกสารลับที่รั่วไหลออกมา เอกสารดังกล่าวระบุว่ารัฐบาลได้บรรจุโครงการจัดซื้อเครื่องบินรบรุ่น F-35A จากสหรัฐอเมริกา จำนวนทั้งสิ้น 12 ลำ เข้าไว้ในงบประมาณกลางประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ด้วยมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านบาท

การเปิดเผยข้อมูลและการโต้แย้ง

ส.ส. จากพรรคก้าวไกลยืนยันว่าเอกสารนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความพยายามของรัฐบาลในการซุกซ่อนรายการจัดซื้ออาวุธที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ในงบกลาง โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างโปร่งใสจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจขัดต่อหลักการบริหารงบประมาณของประเทศ

"นี่คือการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากสภา" ส.ส. กล่าวพร้อมแสดงความกังวลว่าโครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังและความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการจัดสรรงบประมาณของรัฐ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำชี้แจงจากกระทรวงกลาโหม

ด้านกระทรวงกลาโหมได้ออกมายืนยันถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานทั้งหมด โดยอ้างว่าการจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35A เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงขีดความสามารถทางทหารของประเทศให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องซุกโครงการนี้ไว้ในงบกลาง หรือกระบวนการจัดซื้อที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดคำถามจากนักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไป

ผลกระทบและความกังวล

การเปิดเผยครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณกลางสำหรับโครงการทางทหารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลังเตือนว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นนี้อาจกระทบต่อโครงการพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น สาธารณสุขหรือการศึกษา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐอเมริกาอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ข้อเสนอแนะจากพรรคการเมือง

พรรคก้าวไกลเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อ F-35A อย่างเต็มที่ และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อตรวจสอบความชอบธรรมของงบประมาณส่วนนี้ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากสภาผู้แทนราษฎรในการอนุมัติโครงการที่มีผลกระทบสูงต่อประเทศ

ในขณะเดียวกัน พรรคการเมืองฝ่ายค้านอื่นๆ ก็เริ่มแสดงท่าทีสนับสนุนการเรียกร้องนี้ โดยมองว่าการบริหารงบประมาณควรเป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ