กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศอนุมัติให้อำเภอต่างๆ ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอัตรารายละ 9,000 บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ (14 ตุลาคม 2568) เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ
รายละเอียดการจ่ายเงินช่วยเหลือ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้อำเภอเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยผู้ประสบภัยที่มีชื่อในทะเบียนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 9,000 บาท
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ทุกอำเภอเร่งรัดการจ่ายเงินให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเงินไปใช้ในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและซื้อสิ่งของจำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่น้ำยังท่วมขัง เช่น จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และนครสวรรค์ ซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรง
เงื่อนไขและขั้นตอนการรับเงิน
ผู้ประสบภัยที่ต้องการรับเงินช่วยเหลือจะต้องมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้สำรวจความเสียหายไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ของตนเอง หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ทางอำเภอจะเปิดโอกาสให้แจ้งความเสียหายเพิ่มเติมภายใน 7 วันนับจากวันประกาศ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกราย โดยต้องมีหลักฐานแสดงที่อยู่อาศัยและรูปถ่ายความเสียหายประกอบการยื่นคำร้อง
ผลกระทบและความคืบหน้า
สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 200,000 ครัวเรือนใน 30 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคกลางที่ยังคงมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ การจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งนี้คาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย โดยเราจะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง"



