นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่เห็นพ้องต้องกันกับการศึกษาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา หลังจากที่คณะกรรมาธิการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก MOU 2544 เมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยได้ศึกษาอย่างรอบคอบและรอบด้านโดยไม่มีอคติ
MOU 2544 เริ่มผิดตั้งแต่ผังแนบสัญญา
นายนพดล เปิดเผยว่า MOU 2544 เริ่มดำเนินการผิดตั้งแต่ผังในการแนบสัญญา ซึ่งคลาดเคลื่อนมาตั้งแต่แรก การที่กัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปมาพาดเกาะกูดของไทย ทำให้พื้นที่ทับซ้อนมีมากถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวจะถูกนำไปแบ่งผลประโยชน์ด้านก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การเสียเปรียบของไทย
ยึดหลัก UNCLOS 1982
นายนพดล กล่าวว่า หากลากเส้นตามมาตรฐานสากลตาม UNCLOS 1982 ซึ่งกัมพูชาเพิ่งเข้าเป็นภาคีเมื่อต้นปี 2569 แม้กัมพูชาจะหลีกเลี่ยง แต่ท้ายสุดก็ต้องเข้าเป็นภาคีและให้สัตยาบัน การดำเนินการของรัฐบาลในการยกเลิก MOU 2544 ถือว่าถูกต้องแล้ว เพราะการลากเส้นตามแนวเขตแดนสากลทำให้ไทยได้ประโยชน์ อย่างน้อยพื้นที่ทับซ้อนจะลดลงอย่างมากทันที กัมพูชาจะได้ผลประโยชน์ร่วมกันลดลง หรืออาจแทบไม่ได้เลย ดังนั้น การที่กัมพูชาเรียกร้องแบ่งผลประโยชน์ 50% ตาม MOU 2544 จะไม่เป็นไปตามสัดส่วนนั้นอีกต่อไป
เกาะกูดเป็นของไทย เกาะกงเป็นของกัมพูชา
นายนพดล กล่าวว่า เกาะกูดเป็นของประเทศไทย ส่วนเกาะกงเป็นของกัมพูชา UNCLOS 1982 ระบุชัดเจนว่าพื้นที่เกาะถือเป็นพื้นที่ของประเทศนั้น การลากเส้นจะมีเขต 12 ไมล์ทะเลและเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งต้องลากออกมาจากเกาะ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายต้องลากออกมาพอๆ กัน เส้นแบ่งเขตอาณาเขตทางทะเลน่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นที่ประเทศไทยเคยลากไว้ตั้งแต่ปี 2516 และอยู่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เขตของไทยที่ลากตามมาตรฐานสากลของ UNCLOS 1982 มีมาตั้งแต่ปี 2516
นายนพดล ยืนยันว่า หากยกเลิก MOU 2544 กัมพูชาจะไม่สามารถมาตีกินพื้นที่ทางทะเลของไทยได้ ไม่สามารถลากเส้นผ่าน 1 ใน 3 ของเกาะกูดได้เลย เพราะตามสนธิสัญญาสยามกับอินโดจีน หรือไทยกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1907 ระบุชัดเจนว่าเกาะกูดตกเป็นของสยามหรือประเทศไทย เกาะกูดเป็นของประเทศไทยมาร้อยกว่าปีแล้ว การลากเส้นในปี 2544 ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง



