รัฐบาลย้ำยกเลิก MOU 44 ไม่ใช่ยุติเจรจา ใช้ UNCLOS ยกระดับคุ้มครองผลประโยชน์ชาติ
รัฐบาลย้ำยกเลิก MOU 44 ไม่ใช่ยุติเจรจา ใช้ UNCLOS คุ้มครองชาติ (05.05.2026)

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 2544 โดยให้ปรับแนวทางไปใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ

การปรับกรอบความร่วมมือ มิใช่การยุติเจรจา

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า การยกเลิก MOU 2544 เป็นการปรับกรอบความร่วมมือ มิใช่การยุติความสัมพันธ์หรือการยุติเจรจา โดยไทยยังคงเดินหน้าพูดคุยกับกัมพูชา แต่เปลี่ยนมาใช้กลไกภายใต้ UNCLOS ซึ่งมีความชัดเจน ครบถ้วน และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางสอดคล้องกับข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรี

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอและการให้ข้อมูลของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการปรับกรอบการดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ และยึดโยงกับกฎหมายสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การทบทวน MOU 2544 หลังขาดความคืบหน้า

สำหรับ MOU 2544 เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้การดำเนินการในระยะต่อไปเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศไทย โดยไทยยังคงยึดมั่นในหลักการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมใช้กระบวนการภายใต้ UNCLOS ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคี โดยเฉพาะการกำหนดให้กรณีอ้างสิทธิทับซ้อน ต้องใช้การเจรจาหารือเป็นแนวทางหลัก

การแจ้งกัมพูชาและการจัดตั้งคณะกรรมการ

นอกจากนี้ ไทยได้แจ้งไปยังกัมพูชาในระดับไม่เป็นทางการแล้ว และจะดำเนินการแจ้งอย่างเป็นทางการต่อไป พร้อมทั้งเตรียมทาบทามให้ใช้กรอบ UNCLOS ร่วมกันในการเจรจา ขณะเดียวกัน รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคและกฎหมาย เพื่อรองรับการดำเนินการภายใต้กรอบใหม่อย่างเป็นระบบและรอบด้าน

“การเปลี่ยนผ่านจาก MOU 44 ไปสู่กรอบ UNCLOS เป็นการยกระดับเครื่องมือในการเจรจา บนพื้นฐานของกฎหมายสากลที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด ไม่ใช่การยุติความร่วมมือ ไทยยังคงเดินหน้าการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว