รัฐบาลตั้งเป้า 2571 เข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย-เศรษฐกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย-เศรษฐกิจ ตั้งเป้า 2571

รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบสู่ OECD ใช้พลัง AI ยกระดับกฎหมายและเศรษฐกิจไทยให้ได้มาตรฐานสากล

รัฐบาลไทยได้ประกาศเป้าหมายสำคัญในการเดินหน้าเตรียมความพร้อมเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ภายในปี 2571 โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาช่วยยกระดับกฎหมายและเศรษฐกิจของประเทศให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในทุกด้าน

เป้าหมายชัดเจน: ยกระดับกติกาและเศรษฐกิจสู่มาตรฐานโลก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ว่า รัฐบาลกำลังทำงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานกฎหมายทั้งระบบของประเทศ

"การตั้งใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับประชาชนในระยะยาว" นางสาวรัชดากล่าว พร้อมย้ำว่าผลประโยชน์หลักจะตกอยู่กับประชาชนในเรื่องของงาน รายได้ และการลงทุนในอนาคต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โครงการ TH2OECD: ใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน

จุดเด่นของการทำงานในขั้นตอนนี้คือการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยผ่านโครงการ "TH2OECD" ซึ่งมุ่งเน้นการทำงานใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. การพัฒนาโมเดลแปลภาษาและคำศัพท์ทางกฎหมายไทย-อังกฤษ ที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานกับเอกสารระหว่างประเทศ
  2. การใช้เทคนิค RAG หรือ Retrieval-Augmented Generation เพื่อวิเคราะห์หาช่องว่างและความสอดคล้องระหว่างมาตรฐานและคำแนะนำในตราสารทางกฎหมายของ OECD กับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของไทย
  3. การพัฒนาโครงสร้างข้อมูลภาครัฐ ให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ

ความคืบหน้าและขั้นตอนต่อไป

ขณะนี้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญคือการประเมินทางเทคนิคหรือ Technical Review ซึ่งเป็นการตรวจสอบรายละเอียดในเชิงลึกว่ากฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของไทยสอดคล้องกับมาตรฐาน OECD มากน้อยเพียงใด

ผลลัพธ์เบื้องต้นที่เห็นได้ชัดคือประเทศไทยสามารถจัดทำเอกสารสำคัญหรือ Initial Memorandum ได้ทันเวลา สะท้อนศักยภาพของประเทศในการใช้เทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการบริหารและกฎหมาย

ในระยะต่อไป รัฐบาลจะทำงานใกล้ชิดกับ OECD มากขึ้นทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ การรับการประเมิน และการนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดมาปรับใช้ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพของ AI ให้สามารถช่วยงานนโยบายสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทำงานนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรีปกรณ์ นิลประพันธ์ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งได้เดินหน้าปรับกฎหมาย นโยบาย และการทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผ่านกระบวนการประเมินระดับสากลได้อย่างราบรื่น