เปิดรายชื่อ สส. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก นายกฯ เศรษฐาและ รมต. 10 คน
เปิดรายชื่อ สส. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก นายกฯ เศรษฐาและ รมต. 10 คน

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน และรัฐมนตรีอีก 10 คน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีกำหนดการอภิปรายในวันที่ 24-26 มีนาคมนี้

รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก

รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจประกอบด้วย 1. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี 2. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 3. นายแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 4. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 5. นายชัย วัชรงค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 6. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 7. นายนิกร จำนง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 9. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 10. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ประเด็นหลักในการอภิปราย

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้มุ่งเน้นถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่ขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน อาทิ ราคาสินค้าที่สูงขึ้น หนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และการจัดการทุจริตในโครงการของรัฐ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจที่ไม่โปร่งใสของรัฐมนตรีบางคน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีหลายคน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ท่าทีของรัฐบาล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหาและมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยย้ำว่านโยบายต่างๆ ที่ดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและมีความโปร่งใส นอกจากนี้ยังกล่าวหาฝ่ายค้านว่าใช้เวทีอภิปรายเพื่อหาเสียงทางการเมืองมากกว่าการตรวจสอบการทำงาน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรัฐบาลของนายเศรษฐา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกอภิปรายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 แต่รอดจากการลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของรัฐสภา