ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในคดีถือครองหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยชี้ว่าคดีขาดอายุความ 1 ปีแล้ว เนื่องจากไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตหรือจงใจปกปิดข้อมูล
รายละเอียดคดีและคำสั่งศาล
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อหาถือครองหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ซึ่งห้ามมิให้ผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนทุกประเภท
ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า คดีนี้มีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด ซึ่งนายธนาธรถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม 2561 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 แต่พนักงานสอบสวนได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 ซึ่งเกินกว่า 1 ปีแล้ว ทำให้คดีขาดอายุความ
เหตุผลที่ศาลไม่รับฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ให้เหตุผลว่า ความผิดตามมาตรา 42 (3) เป็นความผิดที่เกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมิได้เป็นความผิดเกี่ยวกับการทุจริตหรือการจงใจปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ดังนั้นจึงมีอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 159 ซึ่งกำหนดอายุความไว้ 1 ปีเช่นกัน
นอกจากนี้ ศาลยังชี้ว่า การที่นายธนาธรได้โอนหุ้นออกไปก่อนที่จะมีการสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการนั้น แสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย การดำเนินคดีหลังจากพ้นกำหนดเวลา 1 ปีจึงไม่อาจกระทำได้
ผลกระทบต่อคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. ในประเด็นการถือหุ้นสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีของนายธนาธรที่ถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความเห็นสอดคล้องกันว่าคดีขาดอายุความแล้ว
สำหรับคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร เช่น คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในปี 2563 นั้น เป็นคนละประเด็นกัน และคำพิพากษาคดีนี้ไม่มีผลต่อการยุบพรรคแต่อย่างใด
นายธนาธรได้กล่าวภายหลังการอ่านคำพิพากษาว่า ตนรู้สึกโล่งใจที่กระบวนการยุติธรรมได้ทำงานอย่างถูกต้อง และยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมขอบคุณทีมทนายความและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง



