สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐเร่งแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือวิกฤตเรื้อรัง กระทบเด็ก-เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว
สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐเร่งแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือวิกฤตเรื้อรัง (01.04.2026)

สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐเร่งแก้วิกฤต PM 2.5 ภาคเหนือวิกฤตเรื้อรัง กระทบเด็ก-เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายญัตติเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่าปัญหานี้ได้กลายเป็นวิกฤตเรื้อรังระดับชาติที่ต้องหารือซ้ำซากทุกปี สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

วิกฤตฝุ่นพิษภาคเหนือเข้าขั้นรุนแรง

นางพิชชารัตน์ระบุว่า ปัจจุบันภาคเหนือของประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตจากไฟป่าที่เกิดขึ้นมากกว่า 4,000 จุด ทำให้หลายจังหวัดถูกปกคลุมด้วยฝุ่นพิษในระดับสีแดงจนถึงสีม่วง ค่าฝุ่นละอองที่พุ่งสูงเกินมาตรฐานส่งผลกระทบมหาศาลต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครก็ประสบปัญหาฝุ่นหนาแน่นจนทัศนวิสัยย่ำแย่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการขอความร่วมมือให้ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และสั่งปิดโรงเรียนกะทันหันเพื่อหลบเลี่ยงภัยฝุ่นพิษ

ผลกระทบต่อสุขภาพเด็กและพัฒนาการ

"ในฐานะคนเป็นแม่และผู้ปกครอง เมื่อค่าฝุ่นสูงย่อมเกิดความเครียดว่าอากาศที่ลูกสูดดมเข้าไปจะส่งผลกระทบอย่างไร" นางพิชชารัตน์กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่าในวันที่ฝุ่นหนา โรงเรียนต้องงดกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้เด็กขาดโอกาสวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่น ซึ่งเป็นการบั่นทอนพัฒนาการและโอกาสในการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญ บางพื้นที่ต้องกลับไปใช้ระบบการเรียนออนไลน์อีกครั้ง ซึ่งการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสมาธิและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับเพื่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ PM 2.5 ยังก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจและหอบหืด ดังที่ปรากฏในข่าวว่ามีเด็กวัย 8 ขวบเลือดกำเดาไหลไม่หยุด วิกฤตนี้ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้ทุกครอบครัวที่ต้องจำใจซื้อหน้ากาก N95 และเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันสุขภาพ

เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสะดุดจากภัยฝุ่น

นางพิชชารัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า "ลมหายใจของเศรษฐกิจ" ก็สำคัญไม่แพ้กัน ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนสินค้าและพลังงานที่สูงขึ้น เรายังต้องมาเจอวิกฤตฝุ่นในภาคเหนือ ซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่ยอดจองโรงแรมลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังพยายามฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจต้องมาสะดุดเพราะภัยพิบัติทางอากาศ

"ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและภาระด้านสาธารณสุข ถือเป็นต้นทุนมหาศาลที่รัฐและประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว" นางพิชชารัตน์เน้นย้ำ พร้อมแสดงความหวังว่าจะได้เห็นการจัดการอย่างจริงจังจากภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน และทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทยทุกคน