รองนายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมสนับสนุนทุกมิติในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีการพาดพิงจากพรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวกับการทำห้องปลอดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ด้วยงบประมาณเพียง 2,000 บาท โดยนายยศชนันย้ำว่า เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอได้ และกระทรวง อว. ยินดีสนับสนุนในทุกมิติเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
การแก้ปัญหาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
นายยศชนันกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันเทคโนโลยีของคนไทยไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ปิดกั้นการทำงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้เกิดการตระหนักถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ ตามหลักการแล้วปัญหานี้เกิดขึ้นทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ดังนั้นกระทรวง อว. จึงมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือในทุกมิติอย่างเต็มที่ การที่ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือถือว่าเป็นเรื่องดีและน่าชื่นชมอย่างยิ่ง
สำหรับประเด็นงบประมาณเพิ่มเติมในการทำห้องปลอดฝุ่น นายยศชนันระบุว่า หลายส่วนมีอยู่แล้วในระบบ โดยมีการบริหารจัดการงบประมาณที่บางคนอาจมองว่าไม่จำเป็นในช่วงนี้ให้ปรับเป็นงบช่วยเหลือเร่งด่วนได้ โดยแต่ละกระทรวงและแต่ละงานจะมีการดูแลของตนเอง หากมองเป้าหมายว่าประชาชนมีความจำเป็นและเดือดร้อน การที่ทุกกระทรวงช่วยเหลือกันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสังคม
แผนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาหลังจากลงพื้นที่เห็นปัญหาแล้ว นายยศชนันอธิบายว่า กระทรวง อว. ได้สื่อสารออกไปในหลายระยะ โดยการทำห้องความดันบวกและเครื่องกรองฝุ่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการทันที ส่วนต้นเหตุนั้นกระทรวงได้หารือกับหลายภาคส่วนรวมถึงนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ซึ่งการเผาในภาคเกษตรกรรมมีส่วนสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมการใช้รถพลังงานไฟฟ้าและการวิเคราะห์สภาพอากาศจากแหล่งต่างๆ
ในระยะยาว มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลฝุ่นในแต่ละจุดเพื่อวิเคราะห์ทันที จะได้ทราบว่าแต่ละจุดฝุ่นเกิดจากสาเหตุใด โดยนายยศชนันยังเปิดเผยว่ามีการประสานงานและพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ตลอด และในวันนี้คณะรัฐมนตรีบางส่วนจะลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง



