ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ขอให้ยุบพรรคประชาชน กรณีที่มีนโยบายหาเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณายุบพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคดังกล่าวมีนโยบายหาเสียงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย กกต. เห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข้อกล่าวหา
คำร้องระบุว่า พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางในการแก้ไขมาตรา 112 ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อาจทำให้พรรคถูกยุบตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่กำหนดว่าพรรคการเมืองต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การพิจารณาของศาล
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและมีมติรับไว้พิจารณา โดยให้พรรคประชาชนชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในระยะยาว หากศาลมีคำพิพากษาให้ยุบพรรค อาจส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ปฏิกิริยาจากพรรคประชาชน
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่านโยบายของพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างสถาบัน แต่เป็นการเสนอทางออกเพื่อลดความขัดแย้งในสังคม พร้อมทั้งระบุว่าพรรคจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
ผลกระทบทางการเมือง
ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า คดีนี้เป็นบททดสอบสำคัญของระบบตุลาการไทย และอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคประชาชนถูกยุบ อาจทำให้ฐานเสียงของพรรคกระจัดกระจายไปยังพรรคอื่นๆ และส่งผลต่อสมดุลอำนาจในสภา
ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนพรรคประชาชนมองว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นความพยายามของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการปิดกั้นความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในสังคม



