ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงคำร้องปมประธานรัฐสภาไม่รับส่งแก้รธน.
ศาลรธน.แถลงปมประธานรัฐสภาไม่ส่งแก้รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ไม่ส่งคำร้องของคณะกรรมการเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 ในการพิจารณาคำร้องดังกล่าว

รายละเอียดคำชี้แจงของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ให้ออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน โดยย้ำว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และการที่ประธานรัฐสภาไม่ส่งคำร้องนั้น อาจเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สาระสำคัญของแถลงการณ์

  • อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ: ศาลมีอำนาจตามมาตรา 210 ในการรับคำร้องที่เกี่ยวข้องกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมาย หรือการกระทำขององค์กรต่างๆ
  • หน้าที่ของประธานรัฐสภา: ประธานรัฐสภามีหน้าที่ต้องส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยไม่ชักช้า หากคำร้องนั้นมีเหตุผลอันสมควร
  • ผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ: การไม่ส่งคำร้องอาจทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า และส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการทางกฎหมาย และปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรมและความสงบเรียบร้อยของสังคม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อกรณีนี้ ขณะที่ฝ่ายค้านได้ออกมาเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาชี้แจงเหตุผลที่ไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยเกรงว่าจะเป็นการปิดกั้นกระบวนการประชาธิปไตย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อเสนอแนะจากนักวิชาการ

นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายท่านได้ให้ความเห็นว่า การที่ประธานรัฐสภาไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญอาจเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ และควรมีการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางความคิดระหว่างฝ่ายต่างๆ ในสังคมไทยเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย