ทรัมป์เลื่อนภาษีเม็กซิโกและแคนาดา 1 เดือน หลังเจรจาได้ข้อตกลง
ทรัมป์เลื่อนภาษีเม็กซิโกและแคนาดา 1 เดือน หลังเจรจาได้ข้อตกลง

ทรัมป์เลื่อนภาษีเม็กซิโกและแคนาดา 1 เดือน หลังเจรจาได้ข้อตกลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาออกไปเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากทั้งสองประเทศตกลงที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะเฟนทานิล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องใช้มาตรการทางภาษี

รายละเอียดข้อตกลง

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ เม็กซิโกจะส่งกำลังทหารเพิ่มอีก 10,000 นายไปยังชายแดนทางตอนเหนือเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดและผู้อพยพผิดกฎหมาย ขณะที่แคนาดาจะจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเพื่อต่อต้านเฟนทานิล รวมถึงเพิ่มการตรวจสอบและติดตามกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

ปฏิกิริยาจากตลาดและนักวิเคราะห์

การประกาศเลื่อนภาษีส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการชั่วคราว และความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่หากทั้งสองประเทศไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างเต็มที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา กล่าวว่าเขาพอใจกับผลการเจรจา แต่ย้ำว่าการค้าระหว่างกันควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและไม่ถูกแทรกแซงโดยมาตรการกีดกันทางการค้า ในขณะที่ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาวม์ ของเม็กซิโก ระบุว่าเม็กซิโกพร้อมที่จะเจรจาต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งสามประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และคู่ค้าสำคัญอย่างเม็กซิโกและแคนาดาได้สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากทั้งสามประเทศเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) ซึ่งมีมูลค่าการค้าสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี การเลื่อนภาษีครั้งนี้อาจช่วยบรรเทาความกังวลในระยะสั้น แต่ยังคงต้องจับตาดูการเจรจาในระยะ 30 วันข้างหน้าว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนหรือไม่

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเจรจากับประเทศอื่น ๆ ที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า รวมถึงจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยทรัมป์ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและแรงงานอเมริกัน