สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ พร้อมย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า ในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ความตึงเครียดกับทรัมป์
คำกล่าวของพระสันตะปาปาเลโอมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกมาวิจารณ์พระองค์อีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า พระสันตะปาปาพระองค์แรกที่มีชาติกำเนิดเป็นชาวอเมริกันอย่างพระสันตะปาปาเลโอทรงเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์
การตอบโต้ของพระสันตะปาปา
อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาไม่ได้เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนให้อิหร่านครอบครองอาวุธ และทรงตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่าเป็นการบิดเบือน พร้อมกันนี้ตรัสว่า แนวคิดเรื่องสงครามที่ชอบธรรมในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังเข้าสู่ยุคนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ต้องมีการทบทวนความหมายของสงครามใหม่ในหลายมิติ พร้อมชี้ว่าการใช้การเจรจาเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐ-วาติกัน
การตอบโต้อย่างดุเดือดระหว่างทรัมป์กับผู้นำนครรัฐวาติกัน เกิดขึ้นในช่วงที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ในสัปดาห์นี้ และเตรียมเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาในวันพฤหัสบดี รายงานระบุว่า คำวิจารณ์ล่าสุดของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับวาติกัน ขณะที่นายรูบิโอซึ่งมักต้องทำหน้าที่อธิบายหรือบรรเทาความแข็งกร้าวของถ้อยแถลงจากทรัมป์ในประเด็นยุโรป องค์การนาโต และตะวันออกกลาง อาจเผชิญภารกิจที่ยากลำบากมากขึ้นในการเยือนครั้งนี้
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาและการทูตในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ แทนที่จะใช้กำลังอาวุธ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักคำสอนของคริสตจักรที่ส่งเสริมสันติภาพและการปรองดอง



