ปูตินส่งสัญญาณยินดีเจรจาสันติภาพยูเครน แต่ย้ำเงื่อนไขเดิม
ปูตินส่งสัญญาณเจรจาสันติภาพยูเครน ย้ำเงื่อนไขเดิม

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะเจรจาสันติภาพกับยูเครนอีกครั้ง หลังจากที่สงครามดำเนินมายาวนานกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียยังคงยืนกรานเงื่อนไขเดิมที่ยูเครนต้องยอมรับการครอบครองดินแดนที่รัสเซียยึดครองไว้ รวมถึงไครเมียและพื้นที่ในดอนบาส

การส่งสัญญาณครั้งใหม่

ปูตินกล่าวในระหว่างการประชุมกับผู้นำประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ว่า รัสเซียไม่เคยปฏิเสธการเจรจา และพร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับอนาคตของยูเครน แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการที่รัสเซียควบคุมดินแดนบางส่วนของยูเครน

คำแถลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ยูเครนและชาติตะวันตกเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครนทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มการเจรจาใดๆ แต่ปูตินกลับย้ำว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อยูเครนยอมรับ 'ข้อเท็จจริงในพื้นที่'

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สัญญาณของปูตินเป็นเพียงการแสดงละคร และเรียกร้องให้รัสเซียแสดงความจริงใจด้วยการถอนทหารออกจากยูเครนโดยไม่มีเงื่อนไข

ด้านยูเครนก็ออกมาโต้ตอบทันที โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ย้ำว่า ยูเครนจะไม่ยอมรับการสูญเสียดินแดน และการเจรจาใดๆ จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของแผนสันติภาพ 10 ข้อของยูเครน ซึ่งรวมถึงการถอนทหารรัสเซียทั้งหมดและการฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยของยูเครน

ท่าทีของจีนและอินเดีย

ทั้งจีนและอินเดียซึ่งเป็นสมาชิก SCO ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ โดยจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและหาทางออกทางการทูต ขณะที่อินเดียเสนอตัวเป็นนายหน้าช่วยไกล่เกลี่ย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่ปูตินยังคงยืนกรานเงื่อนไขเดิม แสดงให้เห็นว่ารัสเซียยังไม่พร้อมที่จะประนีประนอม และการเจรจาครั้งนี้อาจไม่มีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้

สถานการณ์ในสนามรบ

ในขณะเดียวกัน กองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ของยูเครน โดยเฉพาะในภูมิภาคดอนบาสและทางตอนใต้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยูเครนเองก็ยังคงได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลให้การสู้รบยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด

การเจรจาสันติภาพครั้งนี้จึงยังคงเป็นความท้าทายที่ยากจะบรรลุผล เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงยืนหยัดในจุดยืนของตนอย่างแข็งขัน