สหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อบุคลากรทางการแพทย์และบริษัทในอิหร่าน โดยระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จากการปราบปรามผู้ประท้วงในประเทศเมื่อปีที่แล้ว
รายละเอียดการคว่ำบาตร
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่บุคลากรทางการแพทย์ 6 ราย และบริษัทอีก 2 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดหายาที่ใช้ในการควบคุมฝูงชน รวมถึงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ซึ่งถูกนำมาใช้ในการสลายการประท้วงที่เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2022 หลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงสาวชาวเคิร์ดที่ถูกตำรวจศีลธรรมควบคุมตัว
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เป็นการแทรกแซงกิจการภายในและเป็นการใช้มาตรการบีบบังคับฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำว่าอิหร่านมีสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
การคว่ำบาตรครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในปี 2018 และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่ออิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอิหร่านอย่างรุนแรง
ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข
องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่งได้ออกมาแสดงความกังวลว่าการคว่ำบาตรบุคลากรทางการแพทย์อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์จากมาตรการคว่ำบาตรก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเท่านั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกยา เวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อประชาชนอิหร่าน
การประกาศคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่การประท้วงในอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้จะลดความรุนแรงลงแล้วก็ตาม โดยผู้ประท้วงยังคงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนมากขึ้น



