ตลาดโลกตอบรับเชิงบวกต่อสัญญาณการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปพุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง
ราคาน้ำมันดิ่งแรง หลุด 100 ดอลลาร์
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ดิ่งลงมากกว่า 10% ระหว่างการซื้อขาย ก่อนปิดตลาดที่ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,750 บาท ลดลง 7.8% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
สาเหตุหลักมาจากความหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้ยุติลง ผ่านการเจรจาทางการทูตที่กำลังมีความคืบหน้า ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงัก
ตลาดหุ้นสหรัฐ-ยุโรปพุ่งแรง
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีแนสแดก พุ่งขึ้น 2% ด้านตลาดหุ้นยุโรปก็ได้รับแรงหนุนเช่นกัน โดยตลาดหุ้นปารีสปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ส่วนตลาดแฟรงก์เฟิร์ตและลอนดอนปิดบวกมากกว่า 2%
นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจใกล้ยุติลงผ่านการเจรจาทางการทูต ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคและกระตุ้นเศรษฐกิจโลก
สหรัฐ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่อเมริกัน 2 รายว่า วอชิงตันและเตหะรานใกล้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ 1 หน้า เพื่อยุติสงคราม และวางกรอบการเจรจานิวเคลียร์ในรายละเอียดต่อไป
ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า เชื่อว่าการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านมีความเป็นไปได้สูงมาก หลังการหารือในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
มุมมองนักวิเคราะห์
นายนีล วิลสัน นักยุทธศาสตร์การลงทุนจากสถาบันซาโซ ยูเค ระบุว่า ข่าวที่ออกมาช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์กำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีสำหรับตลาดพลังงานโลก และหนุนให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง



