นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าซากฟอสซิลที่พบในประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนเป็นของไดโนเสาร์คอยาวขนาดยักษ์ชนิดใหม่ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) โดยเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของไทแรนโนเซารัส เร็กซ์ หรือทีเร็กซ์
การค้นพบครั้งสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ว่าทีมนักวิจัยจากสหราชอาณาจักรและไทยสามารถระบุตัวตนของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ได้จากฟอสซิลที่พบข้างสระน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเมื่อกว่าหนึ่งทศวรรษก่อน โดยนาคาไททันจัดอยู่ในวงศ์ซอโรพอด (Sauropod) หรือกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชคอยาว ถือเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไดโนเสาร์ชนิดนี้มีน้ำหนักถึง 27 ตัน เทียบเท่ากับช้างเอเชียโตเต็มวัย 9 เชือก และมีความยาวถึง 27 เมตร โดยชื่อ “นาคา” สื่อถึงพญานาคในตำนานพื้นบ้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วน “ไททัน” สื่อถึงเทพเจ้าผู้ทรงพลังในตำนานกรีก และ “ชัยภูมิเอนซิส” หมายถึง “ที่ชัยภูมิ” ซึ่งเป็นจังหวัดที่ขุดพบฟอสซิล
อายุและความสำคัญทางบรรพชีวินวิทยา
ผลการตรวจสอบพบว่านาคาไททันมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 100 ถึง 120 ล้านปีก่อน ซึ่งเก่าแก่กว่าทีเร็กซ์ประมาณ 40 ล้านปี และมีขนาดใหญ่กว่าถึงสองเท่า นายธิติพุฒิ เศรษฐพานิชสกุล นักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และหัวหน้าคณะวิจัยของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports กล่าวว่านักวิจัยเรียกนาคาไททันว่าเป็น “ยักษ์ตนสุดท้าย” ของประเทศไทย เนื่องจากฟอสซิลนี้ถูกพบในชั้นหินที่มีไดโนเสาร์ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ
“หินที่มีอายุน้อยกว่าซึ่งทับถมกันในช่วงปลายยุคไดโนเสาร์นั้นไม่น่าจะมีซากไดโนเสาร์หลงเหลืออยู่ เพราะในเวลานั้นภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นทะเลตื้นไปแล้ว ดังนั้นนี่จึงอาจเป็นซอโรพอดขนาดใหญ่ตัวสุดท้ายหรือตัวล่าสุดที่เราจะได้พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายธิติพุฒิกล่าว
ความหลากหลายของฟอสซิลไดโนเสาร์ในไทย
นายธิติพุฒิ ผู้ซึ่งยอมรับว่าตนเองเป็น “เด็กบ้าไดโนเสาร์” ตั้งแต่ไหนแต่ไร ระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์ของ UCL ว่าการศึกษาวิจัยครั้งนี้ยังช่วย “เติมเต็มคำสัญญาในวัยเด็กที่อยากจะตั้งชื่อให้กับไดโนเสาร์สักตัวหนึ่ง” ด้วย นาคาไททันถือเป็นไดโนเสาร์ลำดับที่ 14 ที่ได้รับการตั้งชื่อในประเทศไทย โดย ดร.สิตา มานิตกุล นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่าประเทศไทยมีความหลากหลายของฟอสซิลไดโนเสาร์สูงมาก และ “อาจเป็นแหล่งที่พบซากไดโนเสาร์หนาแน่นเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย”
สภาพภูมิอากาศในอดีตและวิวัฒนาการของไดโนเสาร์
ทั้งนี้ นาคาไททันเคยท่องโลกในช่วงเวลาที่ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับอุณหภูมิโลกที่พุ่งสูงในขณะนั้น ศาสตราจารย์พอล อัพเชิร์ช จาก UCL ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยให้สัมภาษณ์กับ National Geographic ว่าไดโนเสาร์วงศ์ซอโรพอดมีขนาดร่างกายที่ใหญ่มากในช่วงเวลานี้ และ “มันค่อนข้างแปลกที่พวกซอโรพอดสามารถรับมือกับสภาวะอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้” เนื่องจากร่างกายที่มีขนาดใหญ่จะกักเก็บความร้อนได้ดีและระบายความร้อนออกได้ยากกว่า
เขายังบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สด้วยว่า “มีความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อพืชพรรณที่เป็นอาหารหลักของพวกซอโรพอด ซึ่งเป็นสัตว์กินพืชที่มีขนาดร่างกายใหญ่ยักษ์เหล่านี้” การค้นพบนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอดีตส่งผลให้ไดโนเสาร์ขนาดมหึมาพัฒนาขึ้นได้อย่างไร



