ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาได้มีคำวินิจฉัยในวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 โดยไม่ถูกตัดสิทธิ์ตามมาตรา 3 ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ซึ่งเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในการก่อกบฏหรือกบฏต่อสหรัฐอเมริกา
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา
ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่า รัฐต่างๆ ไม่สามารถตัดสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลางภายใต้มาตรา 3 ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ได้ โดยให้เหตุผลว่า อำนาจในการบังคับใช้มาตรานี้เป็นของรัฐสภาสหรัฐเท่านั้น
คำวินิจฉัยนี้เป็นการพลิกคำตัดสินของศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดที่ก่อนหน้านี้ได้ตัดสิทธิ์ทรัมป์จากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐดังกล่าว โดยอ้างว่าเขามีส่วนร่วมในการก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564
ผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
คำวินิจฉัยของศาลฎีกาครั้งนี้มีผลในทันที ทำให้ทรัมป์สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกรัฐได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าชื่อของเขาจะถูกถอดออกจากบัตรเลือกตั้งอีกต่อไป
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า คำวินิจฉัยนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐสมรภูมิที่อาจมีการท้าทายทางกฎหมายต่อคุณสมบัติของทรัมป์
ปฏิกิริยาจากทั้งสองฝ่าย
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อคำวินิจฉัยของศาล โดยระบุว่าเป็น "ชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับอเมริกาและรัฐธรรมนูญ" ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามของทรัมป์ผิดหวังกับคำตัดสินดังกล่าว
ทีมกฎหมายของทรัมป์ได้โต้แย้งว่ามาตรา 3 ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ไม่สามารถนำมาใช้กับตำแหน่งประธานาธิบดีได้ เนื่องจากไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน และการกระทำของทรัมป์ในวันที่ 6 มกราคมไม่ถือเป็นการกบฏ
ข้อสรุป
คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทรัมป์ในเส้นทางการเลือกตั้ง โดยเป็นการยืนยันว่าเขามีสิทธิ์ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลต่อการแข่งขันทางการเมืองในปี 2567 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



