เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ได้เดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงพบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่
คณะรัฐมนตรีร่วมลงพื้นที่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุทินมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเดินทางด้วย โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
สักการะศาลเจ้าพ่อศรีเทพ
นายกรัฐมนตรีและคณะได้สักการะศาลเจ้าพ่อศรีเทพ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวศรีเทพ ก่อนจะนั่งรถรางเยี่ยมชมอุทยานเมืองโบราณศรีเทพ ซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมทับหลังอุมามเหศวร ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธานิยมเดินลอดใต้ทับหลัง ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต
ชมโบราณสถานสำคัญ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญภายในอุทยาน อาทิ เขาคลังใน ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,400 ปี ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่สะท้อนอิทธิพลศิลปกรรมขอมโบราณ อายุราว 900-1,000 ปี และเขาคลังนอก โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งถือเป็นเจดีย์สมัยทวารวดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
นายกฯ เหมาไอศกรีมแจกเด็ก
ในช่วงหนึ่งของการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับประชาชนชาวศรีเทพที่มาต้อนรับ และได้เหมาไอศกรีมจากรถเข็นมาแจกให้กับเด็กๆ ที่มารอต้อนรับ โดยนายกฯ ได้นั่งรถไอศกรีมและตักไอศกรีมให้เด็กๆ ด้วยตนเอง สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น
เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย 2569
ในช่วงเย็น เวลา 19.30 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเมื่อเดินทางถึงบริเวณพิธี นายกรัฐมนตรีได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ชมการแสดงและมอบรางวัล
นายกรัฐมนตรีรับชมการแสดงต้อนรับจากนางรำจำนวน 16 ขบวน ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและงดงามตามประเพณีท้องถิ่น พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมต่างๆ อาทิ การประกวดผู้ถือป้าย การประกวดการละเล่นพื้นบ้าน (วิถีไทย) การประกวดขบวนรถบั้งไฟ การประกวดขบวนรำ และการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ประจำปี 2569 โดยนายกรัฐมนตรีได้อัญเชิญถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นสู่แท่นรับรางวัล เพื่อมอบแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลพุเตย
ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดทำขบวนบั้งไฟแต่ละขบวนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี และแรงสนับสนุนจากคนในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตยยังคงมีเอกลักษณ์และได้รับความสนใจเช่นทุกวันนี้ โดยสิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของประเทศไทย แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่ความอบอุ่นของชุมชนและวัฒนธรรมยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยน่าอยู่และมีเอกลักษณ์
รัฐบาลหนุนซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งช่วยเผยแพร่ของดีจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งมะขามหวาน ไก่ย่างวิเชียรบุรี และสินค้า OTOP ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น ไม่ใช่เพียงความสนุกสนานของงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประเพณีนี้ช่วยสร้างโอกาสและรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย เชื่อมั่นว่าฮักบั้งไฟพุเตยจะสามารถพัฒนาเป็นงานประเพณีสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ
เปิดงานอย่างเป็นทางการ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยการแตะลูกบอลไฮดรอลิกสีดำ ท่ามกลางเอฟเฟกต์แสง สี เสียง สร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานในบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง โดยมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมงานในครั้งนี้



