โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และตัวเต็งในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่าสหรัฐฯ อาจไม่เข้าร่วมข้อตกลงความมั่นคงกับยูเครน หากเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยระบุว่าประเทศในยุโรปต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตนเองมากขึ้น
ทรัมป์ย้ำยุโรปต้องรับผิดชอบตนเอง
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ทรัมป์กล่าวว่า "เราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยูเครน" พร้อมทั้งชี้ว่าสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากกว่า ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่ายุโรปควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการช่วยเหลือยูเครน เนื่องจากเป็นประเทศในทวีปเดียวกัน
ทรัมป์กล่าวถึงความขัดแย้งในยูเครนว่าเป็น "สงครามของยุโรป" และยุโรปควรมีบทบาทนำในการสนับสนุนยูเครน ขณะที่สหรัฐฯ ควรมีบทบาทสนับสนุนเท่านั้น
นโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนไป
ทรัมป์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ให้การสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ ใช้เงินจำนวนมากเกินไปในสงครามครั้งนี้ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวควรนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศ เช่น การควบคุมชายแดนและการพัฒนาเศรษฐกิจ
ทรัมป์กล่าวว่า "เราควรหยุดใช้เงินไปกับสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น และหันมาใส่ใจความต้องการของประชาชนชาวอเมริกันก่อน"
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯ ส่งอาวุธและความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
คำกล่าวของทรัมป์สร้างความกังวลให้กับพันธมิตรในยุโรปและยูเครน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักด้านการเงินและอาวุธให้กับยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานในปี 2565
ด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์โต้ตอบทันที โดยระบุว่า "นโยบายของประธานาธิบดีไบเดนชัดเจน เราจะยืนหยัดเคียงข้างยูเครนตราบเท่าที่จำเป็น" พร้อมทั้งกล่าวหาทรัมป์ว่ากำลังทำให้สหรัฐฯ อ่อนแอลงในสายตาของนานาประเทศ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัสเซียออกมาแสดงความพอใจกับแนวคิดของทรัมป์ โดยโฆษกของเครมลินกล่าวว่า "เป็นสัญญาณที่ดีที่นักการเมืองสหรัฐฯ เริ่มตระหนักถึงความไร้ประโยชน์ของการสนับสนุนยูเครน"
สำหรับสถานการณ์ในยูเครน ปัจจุบันยังคงมีการสู้รบอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภูมิภาคดอนบาสและทางตอนใต้ของประเทศ กองทัพยูเครนยังคงต้องการความช่วยเหลือทางทหารอย่างต่อเนื่องเพื่อต้านทานการรุกของรัสเซีย
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า หากเขาได้รับเลือกตั้ง จะพยายามเจรจายุติสงครามในยูเครนโดยเร็วที่สุด โดยไม่ระบุรายละเอียดว่าเขาจะทำอย่างไร "ผมจะยุติสงครามนี้ภายใน 24 ชั่วโมง" ทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าคำกล่าวของทรัมป์เป็นเพียงวาทกรรมหาเสียง และการดำเนินนโยบายจริงอาจแตกต่างออกไป หากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีจริง



