รัสเซียเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ต่อยูเครนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย และบาดเจ็บ 180 ราย นับเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน โดยเป้าหมายรวมถึงโรงพยาบาลเด็กในกรุงเคียฟและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วประเทศ
รายละเอียดการโจมตี
กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธมากกว่า 40 ลูกในครั้งนี้ โดยสามารถสกัดกั้นได้เพียงบางส่วน ขีปนาวุธตกใส่พื้นที่อยู่อาศัยและโรงพยาบาลเด็กในกรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองหลวงอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ วิตาลี คลิทช์โก กล่าวว่า โรงพยาบาลเด็กโอห์มัตดิต (Okhmatdyt) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเด็กที่ใหญ่ที่สุดของยูเครน ถูกโจมตีโดยตรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเด็กหลายคนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ความเสียหายในวงกว้าง
นอกเหนือจากกรุงเคียฟแล้ว การโจมตียังเกิดขึ้นในหลายเมือง เช่น ครีวียริห์ (Kryvyi Rih), ดนิโปร (Dnipro), และโปครอฟสค์ (Pokrovsk) โดยมีเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น "การก่อการร้าย" และเรียกร้องให้ประชาคมโลกตอบสนองอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่ายูเครนต้องการระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติม
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของรัสเซีย โดยระบุว่าการโจมตีโรงพยาบาลเด็กถือเป็นอาชญากรรมสงคราม ขณะที่องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ
ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น และกล่าวหาว่ายูเครนใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
ผลกระทบต่อพลเรือน
องค์การกาชาดระหว่างประเทศรายงานว่าผู้บาดเจ็บจำนวนมากเป็นเด็กและสตรี โดยโรงพยาบาลที่ถูกโจมตีต้องอพยพผู้ป่วยฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลายคนยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ยูเครนกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนระบบป้องกันทางอากาศ ทำให้รัสเซียสามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง ยูเครนเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติมโดยด่วน



