รัสเซียออกคำเตือนอย่างชัดเจนถึงยูเครนว่า อย่าได้พยายามโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมอยู่ทางตอนใต้ของยูเครน คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่ายูเครนกำลังวางแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดคืนโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภัยพิบัตินิวเคลียร์ครั้งใหญ่
เนื้อหาคำเตือนของรัสเซีย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า การโจมตีใดๆ ต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียจะถือเป็นการกระทำที่อันตรายอย่างยิ่ง และอาจส่งผลร้ายแรงต่อความปลอดภัยของทั้งภูมิภาค รัสเซียย้ำว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังรัสเซีย และการโจมตีใดๆ จะถูกตอบโต้อย่างเด็ดขาด
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า "เราขอเตือนยูเครนและพันธมิตรตะวันตก อย่าดำเนินการใดๆ ที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การกระทำเช่นนี้จะไม่เพียงแต่คุกคามชีวิตของผู้คนในพื้นที่ แต่ยังอาจก่อให้เกิดหายนะทางนิวเคลียร์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง"
ปฏิกิริยาจากยูเครนและนานาชาติ
ฝ่ายยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย โดยระบุว่าพวกเขาไม่ได้มีแผนโจมตีโรงไฟฟ้า แต่กำลังพยายามปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวว่า "เราไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ สิ่งที่เราต้องการคือการที่รัสเซียถอนกำลังออกจากโรงไฟฟ้าและส่งคืนให้ยูเครนโดยสันติ"
ท่าทีของรัสเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ โดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการทางทหารใดๆ ที่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้มีการสร้างเขตปลอดภัยรอบโรงไฟฟ้า
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของยูเครน แต่การสู้รบที่ยืดเยื้อทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโรงงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เตือนว่า หากเกิดการโจมตีหรือความเสียหายต่อระบบความเย็น อาจนำไปสู่การหลอมละลายของแกนปฏิกรณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA กล่าวว่า "เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การมีปฏิบัติการทางทหารในบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุดเพื่อป้องกันภัยพิบัติ"
ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค
คำเตือนของรัสเซียยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในสงครามที่ดำเนินมานานกว่าหนึ่งปี การสู้รบที่อาจเกิดขึ้นรอบโรงไฟฟ้าอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของยูเครนและยุโรป นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ความพยายามเจรจาสันติภาพหยุดชะงักลงอีกด้วย
ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยหลายประเทศเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นอันตรายต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการคลี่คลายความขัดแย้ง



