อังกฤษประกาศเตือนภัยคุกคามก่อการร้ายในอิหร่าน
กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ระบุว่ามีภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในอิหร่านในระดับสูง ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษแนะนำให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าวโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เมืองใหญ่และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระบุว่า กลุ่มก่อการร้ายอาจมีการวางแผนโจมตีเป้าหมายที่เป็นชาวตะวันตก รวมถึงสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรวมตัวกัน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และศูนย์การค้า
รายละเอียดคำเตือนและข้อควรปฏิบัติ
คำเตือนของอังกฤษครอบคลุมถึงการห้ามเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนของอิหร่าน โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดกับชายแดนอัฟกานิสถานและปากีสถาน รวมถึงพื้นที่ที่มีความไม่สงบในจังหวัดเคอร์มันและซิสถาน-บาลูจิสถาน นอกจากนี้ ยังแนะนำให้พลเมืองอังกฤษที่อยู่ในอิหร่านแล้วควรพิจารณาออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
รัฐบาลอังกฤษยังแนะนำให้ผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปอิหร่านควรเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืน และติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและสถานทูตอย่างใกล้ชิด คำเตือนนี้มีผลบังคับใช้ทันทีและจะได้รับการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การประกาศเตือนของอังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความมั่นคงในอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ แม้ว่าอังกฤษและอิหร่านจะมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ แต่ความตึงเครียดจากประเด็นนิวเคลียร์และสิทธิมนุษยชนทำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นนัก
คำเตือนการเดินทางนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจอิหร่านกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกอื่นๆ การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวและนักลงทุนอาจซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่านให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ปฏิกิริยาจากอิหร่านและประเทศอื่นๆ
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลอิหร่านยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อคำเตือนของอังกฤษ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่าอิหร่านอาจมองว่าคำเตือนนี้เป็นการแทรกแซงกิจการภายในและอาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางการทูต ขณะที่ประเทศตะวันตกอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ได้ออกคำเตือนการเดินทางในระดับที่คล้ายคลึงกันสำหรับพลเมืองของตนที่ต้องการเดินทางไปอิหร่าน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ การเพิ่มระดับความรุนแรงในภูมิภาคทำให้หลายประเทศต้องปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและคำเตือนการเดินทางเพื่อปกป้องพลเมืองของตน



