ปธน.ยูเครนยันไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่ถูกบังคับ
ปธน.ยูเครนยันไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่ถูกบังคับ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวย้ำในวันนี้ว่า ยูเครนจะไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพใดๆ ที่ถูกบังคับโดยรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกเร่งส่งมอบอาวุธและความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติม เพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซียที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ท่าทีแข็งกร้าวของยูเครนต่อการเจรจาสันติภาพ

ในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสที่กรุงเคียฟ เซเลนสกีกล่าวว่า “เราจะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่ถูกบีบบังคับจากรัสเซีย ยูเครนจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพและบูรณภาพแห่งดินแดนของเรา” คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากที่รัสเซียเสนอเงื่อนไขสันติภาพที่รวมถึงการยอมรับดินแดนที่ถูกยึดครองและการถอนกำลังทหารของยูเครน ซึ่งเคียฟปฏิเสธทันที

การสนับสนุนจากฝรั่งเศสและพันธมิตรตะวันตก

ประธานาธิบดีมาครงให้คำมั่นว่าฝรั่งเศสจะยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ รวมถึงการส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศและกระสุนปืนใหญ่เพิ่มเติม “ฝรั่งเศสจะยืนหยัดเคียงข้างยูเครนตราบเท่าที่จำเป็น” มาครงกล่าว พร้อมเสริมว่าสหภาพยุโรปกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานการณ์ในสนามรบและความต้องการทางทหาร

กองทัพยูเครนรายงานว่ายังคงเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากรัสเซียในแนวหน้าด้านตะวันออก โดยเฉพาะในภูมิภาคดอนบาสและซาปอริซเซีย เซเลนสกีระบุว่ายูเครนต้องการระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติม รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16 เพื่อรักษาความปลอดภัยทางอากาศ “ทุกวันที่ล่าช้าในการส่งมอบอาวุธหมายถึงการสูญเสียชีวิตของทหารและพลเรือน” เขากล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน

การโจมตีของรัสเซียยังคงสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและน้ำประปา องค์การสหประชาชาติรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 10,000 คนนับตั้งแต่เริ่มสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เซเลนสกีเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศกว่า 8 ล้านคน

ท่าทีของรัสเซียและแนวโน้มการเจรจา

ฝ่ายรัสเซียยังคงยืนกรานว่าข้อเสนอสันติภาพของตนเป็นทางออกเดียวที่ยอมรับได้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสในการเจรจาหยุดยิงในระยะใกล้นี้ยังคงริบหรี่ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นในจุดยืนของตน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารของโลกต่อไป