ฟุตบอลโลก 2026 เตรียมเปิดฉาก 11 มิ.ย.นี้ สุดยอดมหกรรมลูกหนังแห่งปี
ทั่วโลกเตรียมส่งเสียงเชียร์กับมหกรรมลูกหนังสุดยิ่งใหญ่ 'ฟุตบอลโลก 2026' หรือ FIFA World Cup 2026 ซึ่งนับเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 และถูกยกให้เป็นมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026
ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยใช้สนามแข่งขัน 16 แห่งในเมืองสำคัญของทั้ง 3 ประเทศ และยังเป็นการที่ฟุตบอลโลกหวนคืนสู่ภูมิภาคนี้อีกครั้งในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่ปี 1994
เพิ่มจำนวนทีมเป็น 48 ทีม 104 นัด
ปีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ฟุตบอลโลกมีการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมมากขึ้น และทำให้มีการแข่งขันมากกว่าที่เคยเป็นมา จำนวนแมตช์เพิ่มขึ้นจาก 64 เป็น 104 นัด หมายความว่าทุกคนมีโอกาสได้ลุ้นและตื่นเต้นมากกว่าเดิมถึง 40 นัด
พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ 3 เมือง
ฟีฟ่าเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยพิธีเปิดการแข่งขันที่จะถูกแบ่งออกเป็นการเปิด 3 ครั้ง ใน 3 เมือง ได้แก่ เม็กซิโกซิตี้ ในวันที่ 11 มิถุนายน และโตรอนโตกับลอสแอนเจลิส ในวันที่ 12 มิถุนายน ถือเป็นรูปแบบการเปิดฉากที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
สนามแข่งขันในตำนานและสนามระดับโลก
นัดเปิดสนามจะจัดขึ้นที่สนามกีฬาเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ระหว่างเม็กซิโกกับแอฟริกาใต้ โดยสนามแห่งนี้จะกลายเป็นสนามแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง ส่วนนัดชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซี ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ซึ่งมีความจุถึง 82,500 ที่นั่ง
สนามกีฬาเม็กซิโกซิตี้เคยต้อนรับนักเตะระดับตำนานอย่างเปเล่และดิเอโก มาราโดนา ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้งสุดเร้าใจในปี 1970 และ 1986 และจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันอีกครั้ง
ฮาล์ฟไทม์โชว์ครั้งประวัติศาสตร์
ในครึ่งเวลาของนัดชิงชนะเลิศ FIFA ยืนยันแล้วว่าจะมีการแสดงฮาล์ฟไทม์โชว์ครั้งประวัติศาสตร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากซูเปอร์โบวล์ของ NFL และไฮไลต์สำคัญคือการแสดงในพิธีปิดที่ MetLife Stadium โดยมีศิลปินระดับโลกอย่าง Madonna, Shakira และ BTS
รูปแบบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
การแข่งขันจะประกอบด้วยรอบแบ่งกลุ่ม 1 รอบ และรอบน็อกเอาต์ 4 รอบ ก่อนจะถึงรอบชิงชนะเลิศ แตกต่างจากครั้งก่อนๆ การแข่งขันรอบน็อกเอาต์จะเริ่มต้นด้วยรอบ 32 ทีม ตามด้วยรอบ 16 ทีม รอบก่อนรองชนะเลิศ 4 ทีม และรอบรองชนะเลิศ 2 ทีม
- รอบแบ่งกลุ่ม ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 27 มิถุนายน
- รอบ 32 ทีม ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม
- รอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม
- รอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 9-11 กรกฎาคม
- รอบรองชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 14-15 กรกฎาคม
- รอบชิงอันดับ 3 วันที่ 18 กรกฎาคม
- รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 กรกฎาคม
48 ทีมฟาดแข้ง แบ่งตามโซน
โซนคอนคาเคฟ
เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา (3 ทีมเจ้าภาพร่วม), ปานามา, เฮติ, กือราเซา (ครั้งแรก)
โซนอเมริกาใต้
อาร์เจนตินา (แชมป์เก่า), บราซิล, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปารากวัย, อุรุกวัย
โซนโอเชียเนีย
นิวซีแลนด์
โซนเอเชีย
ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน (ครั้งแรก), จอร์แดน (ครั้งแรก), ออสเตรเลีย, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก
โซนแอฟริกา
โมร็อกโก, ตูนิเซีย, อียิปต์, แอลจีเรีย, กาน่า, เคปเวิร์ด (ครั้งแรก), แอฟริกาใต้, ไอวอรีโคสต์, เซเนกัล, ดีอาร์ คองโก
โซนยุโรป
อังกฤษ, ฝรั่งเศส, โครเอเชีย, โปรตุเกส, นอร์เวย์, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ออสเตรีย, สวิตเซอร์แลนด์, สเปน, สกอตแลนด์, ตุรกี, สวีเดน, เช็ก, บอสเนีย
ผลการจับสลากแบ่งสาย
- กลุ่ม A: เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, เช็ก
- กลุ่ม B: แคนาดา, บอสเนีย, กาตาร์, สวิตเซอร์แลนด์
- กลุ่ม C: บราซิล, โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์
- กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย, ตุรกี
- กลุ่ม E: เยอรมนี, คูราเซา, ไอวอรี่โคสต์, เอกวาดอร์
- กลุ่ม F: เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน, ตูนิเซีย
- กลุ่ม G: เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์
- กลุ่ม H: สเปน, หมู่เกาะเคปเวิร์ด, อุรุกวัย, ซาอุดีอาระเบีย
- กลุ่ม I: ฝรั่งเศส, เซเนกัล, อิรัก, นอร์เวย์
- กลุ่ม J: อาร์เจนตินา (แชมป์เก่า), แอลจีเรีย, ออสเตรีย, จอร์แดน
- กลุ่ม K: โปรตุเกส, ดีอาร์ คองโก, อุซเบกิสถาน, โคลอมเบีย
- กลุ่ม L: อังกฤษ, โครเอเชีย, กาน่า, ปานามา
เพลงฟุตบอลโลก 2026 ลิซ่า - Anitta และ Rema ปลุกพลังทั่วโลก
จากยุคเสียงกลองเร้าอารมณ์ในสนาม สู่ท่วงทำนองป๊อประดับโลกที่ถูกเปิดวนทุกแพลตฟอร์ม 'เพลงฟุตบอลโลก' ไม่ได้เป็นเพียงเพลงประกอบการแข่งขัน แต่กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำสำคัญของแฟนบอลทั่วโลกในแต่ละยุคสมัย นับตั้งแต่บทเพลงคลาสสิกในอดีต ไปจนถึงเพลงฮิตติดหูอย่าง Waka Waka (This Time for Africa) ของ Shakira หรือ 'The Cup of Life' ของ Ricky Martin ที่ปลุกบรรยากาศฟุตบอลโลกให้คึกคักไปทั้งโลก
กระทั่งมาถึงปีนี้ 'ฟุตบอลโลก 2026' กำลังจะเปิดฉากขึ้นท่ามกลางยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพลงบอลโลกจึงเป็นเพลงแห่งยุคที่เชื่อมโยงแฟนบอลหลายพันล้านคนผ่านเสียงดนตรี จังหวะเชียร์ และอารมณ์ร่วมเดียวกันทั่วโลก
หนึ่งในสีสันที่น่าตื่นเต้นที่สุดนอกสนามคืออัลบั้มเพลงทางการของฟุตบอลโลก ที่ปีนี้มีศิลปินสัญชาติไทยมีส่วนร่วมในมหกรรมระดับโลกครั้งนี้ด้วย ในเพลง 'Goals' จากอัลบั้มทางการของฟุตบอลโลก 2026 ที่รวมตัวศิลปินระดับโลกจาก 3 ทวีป ได้แก่ 'ลิซ่า' ศิลปินสาวชาวไทยสมาชิกวง BLACKPINK, 'อนิตตา' ซูเปอร์สตาร์เพลงละตินจากบราซิล และ 'เรมา' ศิลปิน Afrobeats ชื่อดังจากไนจีเรีย มาร่วมสร้างสรรค์บทเพลงที่สะท้อนพลังแห่งความหลากหลายของโลกฟุตบอล เพลงนี้ผสมผสานพลังของ Latin pop, Afrobeats และ K-pop เข้าด้วยกัน
'ลิซ่า' ศิลปินสาวไทยผู้สร้างความภาคภูมิใจในระดับสากล เปิดเผยความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งนี้ว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลกในปีนี้ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและสร้างความสุขให้กับตนเองเป็นอย่างมาก เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่มีพลังในการหลอมรวมและเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้าด้วยกันเสมอมา การมีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินเปี่ยมความสามารถอย่าง อนิตตา และ เรมา จึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งในอาชีพศิลปิน
เพลง Goals จะถูกนำไปแสดงสดเป็นครั้งแรกในพิธีเปิดที่ โซฟี สเตเดียม ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.นี้ และคาดว่าจะมีศิลปินระดับโลกอย่าง เคที เพอร์รี นักร้องป๊อปชื่อดัง Tyla และ Future ร่วมสร้างบรรยากาศ
อ้างอิงข้อมูล: fifa, aljazeera, rg.org



