ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มร้อนแรงบุกถล่ม สปาร์ตาค ปราก 7-1 ในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ที่สังเวียนสนามอีเดน อารีนา เมื่อคืนวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูลชนะขาดลอย 11-2 ทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างสวยงาม
เกมรุกพังประตูถล่มทลาย
เกมนี้ ลิเวอร์พูล วางหมากมาเป็น 4-3-3 โดยมี ดาร์วิน นูนเญซ เป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วน สปาร์ตาค ปราก เลือกใช้แผน 3-4-3 เช่นเคย เจ้าบ้านเริ่มต้นได้ดีและมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง แต่ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 7 จากลูกยิงของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลเสียบตาข่าย ต่อมาในนาทีที่ 14 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลให้ โคดี กัคโป โหม่งเข้าประตูไปเป็น 2-0
นูนเญซซัดสอง สาลาห์ซัดหนึ่ง
นาทีที่ 37 ดาร์วิน นูนเญซ มาทำประตูที่สองของตัวเองและเป็นประตูที่ 3 ของทีม หลังจากรับบอลจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเข้าไปอีกครั้ง ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 และก่อนหมดครึ่งแรกนาทีที่ 45+3 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดจุดโทษไม่พลาดพาทีมนำ 4-0
ครึ่งหลังยังบุกไม่เลิก
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงเดินหน้าบุกไม่หยุด นาทีที่ 53 โดมินิก โซโบซไล ยิงไกลด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาไกลเป็น 5-0 และนาทีที่ 58 โคดี กัคโป ยิงซ้ำจากลูกยิงของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่ชนเสา ทำให้สกอร์ไหลเป็น 6-0 ก่อนที่เจ้าบ้านจะมาได้ประตูปลอบใจจากลูกโหม่งของ อักเซอร์ ซากีรี ในนาทีที่ 72 ทำให้สกอร์เป็น 6-1 แต่ลิเวอร์พูลยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น นาทีที่ 84 โดมินิก โซโบซไล ยิงประตูที่สองของตัวเองเป็น 7-1
สถิติและความสำคัญ
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ยูโรปาลีกที่ยิงประตูได้ถึง 7 ประตูในเกมเยือนรอบน็อกเอาต์ โดยก่อนหน้านี้ในปี 2019 ลิเวอร์พูลเคยบุกชนะ ปอร์โต 4-1 ในแชมเปี้ยนส์ลีก และในปี 2023 บุกชนะ เรนเจอร์ส 7-1 ในแชมเปี้ยนส์ลีกเช่นกัน แต่ในยูโรปาลีกนับเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังสร้างสถิติยิงประตูในเกมเยือนยุโรป 7 ประตูติดต่อกันอีกด้วย
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กล่าวหลังเกมว่า "เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เราเล่นได้สมบูรณ์แบบ เด็กๆ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก เรารู้ว่าสปาร์ตาคเป็นทีมที่อันตราย แต่เราสามารถควบคุมเกมได้และทำประตูได้อย่างสวยงาม"
ด้าน อังเกลอส โพสเตโคกลู กุนซือสปาร์ตาค ปราก กล่าวว่า "ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ดีกว่าเราในวันนี้ พวกเขาเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเฉียบขาด เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดและกลับมาให้แข็งแกร่งกว่าเดิม"



