รัฐบาลอังกฤษได้ออกโรงกระตุ้นผู้ปกครองให้พูดคุยกับบุตรหลานอย่างจริงจัง เกี่ยวกับความเสี่ยงจากคอนเทนต์อันตรายบนโลกออนไลน์ หลังพบข้อมูลน่าตกใจว่า ผู้ปกครองเกือบครึ่งไม่เคยสอบถามลูกเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดีย
แคมเปญ "คุณจะไม่มีทางรู้ ถ้าคุณไม่ถาม"
รัฐบาลอังกฤษเปิดตัวแคมเปญใหม่ในชื่อ "You Won’t Know Until You Ask" หรือ "คุณจะไม่มีทางรู้ ถ้าคุณไม่ถาม" เพื่อสนับสนุนให้พ่อแม่เริ่มบทสนทนากับลูกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเห็นและทำบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ข่าวปลอม เนื้อหารุนแรง ไปจนถึงคอนเทนต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต
รัฐมนตรีเทคโนโลยีอังกฤษให้ความสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีของอังกฤษ ลิซ เคนดัลล์ ระบุว่า เข้าใจดีว่าผู้ปกครองจำนวนมากกังวลว่าเด็ก ๆ กำลังเผชิญอะไรอยู่ในโซเชียลมีเดีย พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นจะมอบวัยเด็กที่เด็กควรได้รับ และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลอย่างปลอดภัย
ดังนั้น ภาครัฐจึงสนับสนุนผู้ปกครองผ่านแคมเปญนี้ และเริ่มเปิดรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคโซเชียลมีเดีย
การสนับสนุนจากแคมเปญ
แคมเปญดังกล่าวจะช่วยผู้ปกครองเรียนรู้การตั้งค่าความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมแนะแนวทางการพูดคุยกับลูกในประเด็นอ่อนไหว เช่น ข่าวปลอม และเนื้อหาเป็นพิษ โดยจะเริ่มเผยแพร่ผ่านโฆษณาทางโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์อย่าง Facebook, Instagram และ TikTok ในบางภูมิภาคของอังกฤษเป็นระยะแรก
มาตรการเข้มงวดเพื่อปกป้องเด็ก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังรัฐบาลอังกฤษส่งสัญญาณว่า พร้อมใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ รวมถึงการพิจารณา แบนการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ตามแนวทางของออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
การศึกษาจากออสเตรเลีย
รัฐมนตรีอังกฤษเตรียมเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อศึกษารายละเอียดของมาตรการดังกล่าว โดยเคนดัลล์ยอมรับว่า อังกฤษกำลังพิจารณาใช้เกณฑ์อายุเดียวกัน
แนวโน้มในยุโรป
ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรป อาทิ สเปน กรีซ ฝรั่งเศส สโลวีเนีย และสาธารณรัฐเช็ก ต่างออกมาแสดงท่าทีว่า กำลังพิจารณาจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียในเด็กเช่นกัน ท่ามกลางกระแสกังวลว่า แพลตฟอร์มเทคโนโลยีจำนวนมากถูกออกแบบมาให้เสพติด และส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเยาวชน
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามระดับโลกในการจัดการกับภัยคุกคามจากโลกออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น