สภาการศึกษาเผยสภาวะการศึกษาไทยไตรมาส 2 เร่งพัฒนาฐานข้อมูลเชื่อมโยงโลกจริง
สภาการศึกษาเผยสภาวะการศึกษาไทยไตรมาส 2 เร่งพัฒนาฐานข้อมูล

สภาการศึกษา (สกศ.) รายงานสภาวะการศึกษาไทยไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2569 เน้นยกระดับฐานข้อมูลทางการศึกษาให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและตลาดแรงงาน โดยเลขาธิการสภาการศึกษา รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เปิดเผยในการประชุมสัมมนาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ ควบคู่กับการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กสภาการศึกษา

แนวคิดสำคัญในการรายงาน

แนวคิดสำคัญในไตรมาสนี้คือการยกระดับฐานข้อมูลการศึกษาให้เชื่อมโยงชีวิตจริง อนาคตผู้เรียน และมาตรฐานสากล สกศ. กำลังพัฒนา INES (ฐานข้อมูลทางการศึกษา) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกระบบ ให้สอดคล้องกับกรอบสากลของ OECD ซึ่งจะช่วยคาดการณ์อนาคตและเปรียบเทียบแนวโน้มระดับนานาชาติ

การเชื่อมโยงข้อมูลโลกจริงเข้ากับระบบการศึกษา

ระบบการศึกษาต้องมองให้กว้างกว่าแค่สถานศึกษา โดยนำข้อมูลโลกจริงมาเป็นฐานในการออกแบบระบบการศึกษาและวางนโยบายให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ข้อมูลตลาดแรงงานและผลลัพธ์ชีวิตจริงของผู้เรียน: แม้ไทยมีอัตราการมีงานทำสูงถึงร้อยละ 67.2 และอัตราว่างงานต่ำเพียงร้อยละ 0.8 (ปี 2567) แต่ยังเผชิญความท้าทายด้านรายได้และผลิตภาพ ผู้จบปริญญาตรีมีอัตราการมีงานทำร้อยละ 75.3 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ร้อยละ 88 เยาวชนไทยอายุ 15-24 ปีมีอัตราการมีงานทำต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ร้อยละ 12 สะท้อนปัญหาการเปลี่ยนผ่าน การจบไม่ตรงสายงาน และขาดทักษะที่ตลาดต้องการ การเชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียน-หลักสูตร-ทักษะ-งาน-รายได้ ผ่าน Credit Bank, Micro-Credential และ Skill Bridge จะช่วยสร้างระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงเส้นทางอาชีพ
  • ข้อมูลความต้องการทักษะและอาชีพของโลกงาน: ไทยเผชิญวิกฤตทักษะพื้นฐาน ประชากรและเยาวชนร้อยละ 65 มีทักษะการอ่านและการใช้ข้อมูลต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 74 ขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน ผู้มีทักษะสูงมีแนวโน้มรายได้สูงกว่า แรงงานไทยเผชิญภาวะทักษะไม่สมดุล วุฒิการศึกษาสูงแต่ทักษะไม่ตรงวิชาชีพ เช่น เทคโนโลยีการผลิต กระบวนการธุรกิจ การสื่อสาร และสาย STEM แรงงานจบใหม่ร้อยละ 34 ทำงานตำแหน่งที่ใช้ทักษะต่ำหรือปานกลาง สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ถึง 2 เท่า โอกาสการเข้าถึง Upskilling ของวัยแรงงานไทยค่อนข้างต่ำ
  • ข้อมูลครัวเรือน พื้นที่และโอกาสของผู้เรียน: ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์เป็นอุปสรรคสำคัญ นักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่สุดมีแนวโน้มหลุดออกนอกระบบการศึกษาสูง หนี้สินครัวเรือนพุ่งสูงกว่าร้อยละ 89 ของ GDP ซ้ำเติมโอกาสทางการศึกษา อัตราการสำเร็จการศึกษาชั้น ม.ปลายในชนบทต่ำกว่าในเขตเมืองร้อยละ 18 โดยกรุงเทพฯ สูงสุดที่ร้อยละ 80 ส่วนภาคเหนือ ใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือเฉลี่ยร้อยละ 63-65 สัมพันธ์กับโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีแรงงานนอกระบบสูง

การใช้ข้อมูลการศึกษาเพื่อกำหนดทิศทางเส้นทางผู้เรียน

การใช้ข้อมูลภายในระบบการศึกษา โดยเฉพาะข้อมูลครูและห้องเรียน เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขจริงของการจัดการเรียนรู้ ทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความเสมอภาค เชื่อมโยงกับการพัฒนาฐานข้อมูลตามแนวทาง INES ของ OECD ข้อมูลขนาดชั้นเรียนและอัตราส่วนนักเรียนต่อครูไม่ได้รับประกันคุณภาพการจัดการเรียนการสอน ดังนั้นต้องออกแบบ School Network และ Teacher Sharing เพื่อสะท้อนผลลัพธ์การใช้ทรัพยากรอย่างแท้จริง

การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ในสังคม AI ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สังคม AI และเศรษฐกิจบนพื้นฐานทักษะ การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ต้องเชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียน การแนะแนวด้วย AI และระบบ Pathway ที่ยืดหยุ่น โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนเท่านั้น กลไกสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลจริง การเติมทักษะที่จำเป็น การเรียนรู้ประสบการณ์ทำงาน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะช่วยลดการหลุดจากระบบและเพิ่มโอกาสการมีงานทำ Skill Bridge Platform จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เปลี่ยนจากการผลิตผู้จบการศึกษาไปสู่การพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะ พร้อมทำงาน เชื่อมการเรียนรู้กับการมีงานทำอย่างไร้รอยต่อ

การจัดวางใหม่ของกรอบสาระการเรียนรู้ที่จำเป็น

การเตรียมผู้เรียนสู่อนาคตไม่ใช่การเพิ่มวิชาใหม่ แต่เป็นการจัดวางสาระการเรียนรู้เดิมใหม่ (Repositioning) ให้ผสานกับข้อมูลจริง ปัญหาจริง และโลกแห่งการทำงาน โดยจำแนกเป็น 4 โดเมน

  1. การอ่านและการใช้ข้อมูล: พัฒนาทักษะการอ่าน การทำความเข้าใจ การตรวจสอบความถูกต้อง และการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้ผู้เรียนใช้ข้อมูลในการตัดสินใจในชีวิตจริงอย่างมีวิจารณญาณ แก้ไขวิกฤตทักษะพื้นฐาน
  2. STEM และนวัตกรรม: บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างกรอบคิดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ในการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่า
  3. ภาษาและการสื่อสารระดับโลก: ยกระดับความสามารถด้านภาษาเพื่อเป็นเครื่องมือเข้าถึงองค์ความรู้สากลและเชื่อมโยงกับโลกแห่งการทำงานยุคไร้พรมแดน
  4. สังคม อารมณ์ และจริยธรรม: มุ่งเน้นการดึงศักยภาพความเป็นมนุษย์ จริยธรรม และความรับผิดชอบ เป็นเข็มทิศในการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และ AI อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

การเสวนาเรื่องเส้นทางผู้เรียนสู่โลกของงานในอนาคต

ที่ประชุมรับฟังการเสวนาเรื่องเส้นทางผู้เรียนสู่โลกของงานในอนาคต โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการศึกษา ได้แก่ ดร.เกศรา อมรวุฒิวร ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM-ED, Mr. Koji Miyamoto นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก World Bank, Mr. Danny Whitehead ผู้อำนวยการ British Council Thailand และ ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาองค์กรและแผนงาน วชิราวุธวิทยาลัย ร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบในโลกการทำงานต่อการเรียนรู้และผู้เรียน

  • งานซ้ำๆ แบบเดิมกำลังจะหายไป งานประจำที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวจะถูกแทนที่ด้วย AI การเรียนรู้แบบเน้นการจำหรือทำตามคำสั่งแบบเดิมไม่เพียงพอ
  • คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่ความคิดและปฏิสัมพันธ์ งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์เชิงลึก หรือการมีปฏิสัมพันธ์ยังคงมีคุณค่าสูงและ AI ไม่สามารถทดแทนได้
  • การเกิดขึ้นของอาชีพใหม่และการทำงานร่วมกับ AI จะเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โลกแห่งการทำงานเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ผู้เรียนต้องปรับตัวผ่านการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยและพัฒนาตัวเองอย่างมั่นคง