นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 ที่บริเวณทางข้ามทางรถไฟแยกมักกะสัน เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ จะเร่งสรุปผลการสอบสวนภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เพื่อเสนอต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม รายละเอียดผลการสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี
การประชุมสอบสวนครั้งแรก
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง กรมการขนส่งทางบก และกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง รายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม และนำข้อมูลไปใช้ในการถอดบทเรียนด้านความปลอดภัยในอนาคต
นายจิระพงศ์กล่าวว่า การสอบสวนมีกรอบเวลา 30 วัน แต่คาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดได้ภายใน 15 วัน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ยังไม่สามารถรายงานรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสรุปได้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวข้องกับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น คนขับรถไฟ ผู้ทำหน้าที่ไม้กั้น อาณัติสัญญาณรถไฟ รวมถึงช่างเครื่องบนขบวนรถไฟ ซึ่งทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับสำนวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เปิดไทม์ไลน์วงจรปิด 4 มุมนาทีเกิดเหตุ
ในการแถลงข่าว ที่ประชุมได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดจำนวน 4 มุม เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งฝั่งรถเมล์ จุดตัดทางรถไฟ และสภาพการจราจรโดยรอบ โดยข้อมูลจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
- เวลา 15.33.22 น. รถโดยสารประจำทางสาย 206 เคลื่อนผ่านเครื่องกั้นทางรถไฟด้านแรก
- เวลา 15.33.27 น. รถเมล์หยุดค้างอยู่บนบริเวณรางรถไฟ
- เวลา 15.33.31 น. ระบบสัญญาณและเครื่องกั้นเริ่มทำงาน
จากภาพวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กั้นถนนพยายามกดปุ่มเพื่อให้ไม้กั้นลงมา แต่ไม่สามารถปิดได้เนื่องจากมีรถยนต์กีดขวางอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเตือนและโบกธงแดงเพื่อส่งสัญญาณให้ขบวนรถไฟหยุด แต่รถไฟวิ่งเข้าสู่จุดตัดและชนเข้ากับรถเมล์ที่ติดค้างอยู่บนรางในที่สุด
มาตรการเร่งด่วนแก้ไขจุดตัดอโศก
พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งแก้ไขการจราจรบริเวณจุดตัดอโศก โดยเริ่มใช้มาตรการเฉพาะหน้าบริเวณจุดตัดอโศก-กำแพงเพชร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณรถหนาแน่นมากกว่า 3,000 คันต่อชั่วโมงในช่วงเร่งด่วน โดยขณะนี้มีการทดลองปรับจำนวนช่องทางจราจร ลดการตัดกระแสรถบริเวณจุดตัด พร้อมส่งกำลังตำรวจจราจรประจำพื้นที่ตลอดช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อป้องกันรถฝ่าฝืนเข้าไปอยู่บนรางรถไฟ
ขณะที่กรุงเทพมหานครเริ่มติดตั้งแผงกั้นยืดหด ตีเส้นจราจรแบบห้ามหยุดบริเวณหน้าทางรถไฟ และเตรียมนำระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติเข้ามาเชื่อมสัมพันธ์กับแยกอโศกเพชรบุรี เพื่อป้องกันการสะสมของรถบนทางตัด โดยจุดตัดดังกล่าวอยู่ห่างจากแยกอโศกเพชรบุรีเพียงประมาณ 120 เมตร ทำให้สัญญาณไฟต้องทำงานสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ในอนาคตจะใช้ระบบสัญญาณควบคุมตลอดเวลาเพื่อลดการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุด
การประสานงานระหว่าง รฟท. และตำรวจ
ส่วนกรณีที่มีหลายคนสอบถามว่า ในช่วงที่มีรถจอดคร่อมทางรถไฟและไม่สามารถระบายรถได้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ณ จุดเกิดเหตุได้มีการประสานไปยังป้อมตำรวจบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้ตำรวจช่วยเปิดไฟระบายการจราจรก่อนที่รถไฟจะผ่านหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ทาง รฟท. ไม่ได้มีการประสานมาเพื่อให้ช่วยระบายรถแต่อย่างใด



