พายุฝนถล่มภาคใต้หนัก 3 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติ
พายุฝนที่พัดกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ต้องประกาศเขตภัยพิบัติจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยระดับน้ำในบางพื้นที่สูงกว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพันครัวเรือน
สถานการณ์น้ำท่วมและความเสียหาย
จากรายงานของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 พบว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอ ระดับน้ำท่วมสูงสุด 1.2 เมตร ขณะที่สุราษฎร์ธานีได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ และชุมพร 4 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 15,000 ครัวเรือน ถนนหลายสายถูกตัดขาด การจราจรเป็นอัมพาต
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า "รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน พร้อมจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด"
การช่วยเหลือและการแจ้งเตือน
กองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมสูง พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนว่า ฝนตกหนักในภาคใต้จะยังคงมีต่อไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และมีผู้บาดเจ็บอีก 12 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากดินถล่มและกระแสน้ำพัด
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีนักท่องเที่ยวติดค้างบางส่วน ต้องเลื่อนการเดินทางออกไป ขณะที่การขนส่งทางบกและทางอากาศได้รับผลกระทบ โดยสนามบินนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานีต้องยกเลิกเที่ยวบินบางเที่ยว
ด้านหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด



