ชาวบ้านแห่ต่อคิวหน้าธนาคารสระแก้ว หวังสแกนใบหน้าได้เงินช่วย 4,000 บาท
ชาวบ้านต่อคิวหน้าธนาคารสระแก้ว สแกนใบหน้าได้เงิน 4,000 บาท

ที่สระแก้ว ชาวบ้านจำนวนมากแห่ต่อคิวหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสระแก้ว ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อรอใช้บริการยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 4,000 บาท บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยหลายคนปูเสื่อนั่งกินข้าวรอหน้าธนาคาร พร้อมนำลูกหลานมาช่วยดำเนินการด้านเอกสารและการใช้งานโทรศัพท์มือถือ

ผู้สูงอายุประสบปัญหากับระบบสแกนใบหน้า

หญิงสูงอายุรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เดินทางมาตั้งแต่เช้ามืดเพราะกลัวไม่ได้คิว และเล่าว่า “สแกนหลายรอบก็ยังไม่ผ่าน ทั้งที่เป็นหน้าเราเองแท้ ๆ จนบางคนพูดเล่นว่าหน้าจะหงายอยู่แล้ว” สะท้อนถึงความเหนื่อยล้าจากขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี บางคนเล่าว่า เดิมใช้โทรศัพท์แบบปุ่มกดตลอด แต่จำเป็นต้องซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่เพื่อใช้ลงทะเบียนและสแกนใบหน้าเฉพาะกิจ ขณะที่อีกหลายคนต้องอาศัยลูกหลานหรือคนรู้จักช่วยดำเนินการให้ เพราะทำเองไม่เป็น

ประชาชนเรียกร้องให้ปรับระบบให้ง่ายขึ้น

ประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ภาครัฐควรมีแนวทางที่ง่ายกว่านี้สำหรับผู้สูงอายุหรือประชาชนในพื้นที่ชนบท เช่น การใช้บัตรประชาชนร่วมกับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ แทนการบังคับใช้ระบบสแกนใบหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะหลายคนมองว่าระบบยังไม่มีความเสถียรเพียงพอ บางรายสแกนซ้ำหลายครั้งก็ยังไม่ผ่าน ทำให้เสียเวลาและเกิดความเครียด โดยเฉพาะกลุ่มสูงวัยที่อยู่ลำพังกันเพียงสองคน ลูกหลานไม่ได้อยู่ด้วย การใช้งานระบบต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องยากมาก ส่วนใหญ่ระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทุกวันนี้ยังทำไม่ค่อยเป็น ต้องคอยถามคนอื่นตลอด” และอยากให้รัฐบาลปรับระบบให้เหมาะกับคนทุกช่วงวัยมากกว่านี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เงินช่วยเหลือไม่เพียงพอ อยากให้ขยายระยะเวลา

นอกจากนี้ ระหว่างการพูดคุย ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยหลายคนมองว่า แม้เงินจำนวน 1,000 ต่อเดือน จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในปัจจุบัน จึงอยากให้รัฐบาลขยายระยะเวลาการช่วยเหลือเป็น 10 เดือน เหมือนมาตรการในอดีต เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะนำไปซื้อ ข้าวสาร อาหารแห้ง เช่น น้ำปลา กะปิ ปลาร้า เครื่องปรุงรสต่าง ๆ และใช้จ่ายภายในครอบครัว พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชน แม้จำนวนเงินจะไม่มากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ประชาชนบางส่วนเห็นด้วยกับระบบสแกนใบหน้าเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะบ่นถึงความยุ่งยากของระบบ แต่ประชาชนบางส่วนก็ยอมรับว่า มาตรการสแกนใบหน้าและการยืนยันตัวตน อาจมีความจำเป็นในยุคปัจจุบัน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาดหนัก โดยเห็นว่า “ช้าหน่อยแต่ปลอดภัย” แต่ภาครัฐควรเร่งปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่าย มีความเสถียร และรองรับผู้สูงอายุได้ดีกว่านี้

การดำเนินการล่าช้าสร้างความกังวล

ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่า แม้จะมีประชาชนมารอใช้บริการจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า แต่กระบวนการสแกนใบหน้าและยืนยันตัวตนยังดำเนินไปค่อนข้างล่าช้า โดยในช่วงแรกมีผู้สามารถดำเนินการสำเร็จเพียงไม่กี่ราย ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความกังวลและแสดงความเบื่อหน่ายกับขั้นตอนดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยยังคงเร่งอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศการรอคิวที่ยาวนานตั้งแต่เช้ามืดจนถึงช่วงสายของวันเดียวกัน