10 ปีรอคอย กฎหมายมะนาว Lemon Law ผ่าน ครม. คุ้มครองผู้บริโภค
10 ปีรอคอย กฎหมายมะนาว Lemon Law ผ่าน ครม. คุ้มครองผู้บริโภค

10 ปีที่รอคอย กฎหมายมะนาว Lemon Law ผ่าน ครม. แล้ว

ผู้บริโภคเฮ! เมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือกฎหมาย Lemon Law ตามที่ สคบ. เสนอ เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ที่มาของกฎหมาย Lemon Law

ปัจจุบันผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าแล้วพบปัญหาความชำรุดบกพร่องมักต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าสินค้ามีปัญหาตั้งแต่ต้น ขณะที่การรับประกันสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนด หลายกรณีผู้บริโภคต้องนำสินค้าเข้าซ่อมซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน และหากต้องการใช้สิทธินอกเหนือจากการซ่อมแซม ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีในชั้นศาล ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง

หลักการสำคัญของกฎหมาย

กฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนหลักการสำคัญจากเดิมที่ผู้บริโภคต้องพิสูจน์เอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากสินค้าเกิดความชำรุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากความรับผิดชอบของตน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สิทธิเยียวยา 4 รูปแบบ

สำหรับสินค้าทั่วไป หากพบความชำรุดภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ ให้สันนิษฐานว่าสินค้ามีความชำรุดบกพร่องตั้งแต่ต้น ส่วนรถยนต์กำหนดระยะเวลา 1 ปี ขณะที่ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการเยียวยา 4 รูปแบบ ได้แก่

  • การซ่อมแซม
  • การเปลี่ยนสินค้า
  • การลดราคา
  • การเลิกสัญญา

โดยทั้งหมดเป็นไปตามลักษณะและความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กรอบเวลาการซ่อมแซมที่ชัดเจน

กฎหมายยังกำหนดกรอบเวลาการซ่อมแซมที่ชัดเจน โดยสินค้าทั่วไปและรถจักรยานยนต์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และรถยนต์ต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับมอบสินค้าไว้ซ่อม หากผู้ขายไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิขอลดราคา บอกเลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายได้

ในกรณีที่พบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ ผู้บริโภคมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที โดยสินค้าทั่วไปสามารถใช้สิทธิได้ภายใน 7 วัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้สิทธิได้ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า ขณะที่รถยนต์ซึ่งมีข้อบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ

ขอบเขตการบังคับใช้

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว โดยครอบคลุมการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง ตลอดจนสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีผู้ให้สินเชื่อและสัญญาแลกเปลี่ยน แต่ไม่รวมสินค้าใช้แล้ว สัตว์มีชีวิต และการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า “ต่อไปนี้ หากซื้อรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วพบว่าสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากหรือรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะกฎหมายจะกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่ายไว้อย่างชัดเจน นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ”

ทำไมต้องชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) หรือ “กฎหมายมะนาว”

ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภคอธิบายว่า “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) ที่แปลตรงๆ ได้ว่า “กฎหมายมะนาว” นั้น มาจากการเปรียบเทียบปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคเวลาซื้อสินค้ามาใหม่ แล้วพอนำมาใช้งานกลับชำรุดเสียใช้การไม่ได้ ไม่สมราคา ถามไถ่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรับผิดชอบก็ยากเย็นแสนเข็ญ เปรียบเหมือนผลมะนาวที่ดูจากเปลือกภายนอกสีสดใสสวยงามชวนน่ากิน แต่พอฝานเนื้อในออกมาชิมแล้วต้องเบ้ปาก เพราะความเปรี้ยวของมันนั่นเอง

ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นแนวหน้ากลุ่มประเทศในประชาคมอาเซียนที่มีการออกกฎหมายชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) เมื่อเดือนกันยายน 2555 โดยกฎหมายลักษณะนี้ไม่ใช่กฎหมายอาญาที่มีบทลงโทษ แต่เป็นกฎหมายที่ใช้ในทางแพ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ร่วมป้องกันไม่ให้สินค้าที่ผู้บริโภคซื้อเป็นเหมือนมะนาว