ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี สวนทางกับที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า BoE อาจคงดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจอังกฤษเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
การตัดสินใจของ BoE
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของ BoE มีมติ 6 ต่อ 3 เสียงให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่กรรมการ 2 ท่านต้องการให้คงดอกเบี้ย และ 1 ท่านต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.50% การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลของ BoE ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงสูง โดยเฉพาะจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นและราคาบริการ
มุมมองต่อเศรษฐกิจ
BoE ประเมินว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัวเพียง 0.5% ในปี 2566 และ 0.6% ในปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพ อย่างไรก็ตาม BoE ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมาย 2% ได้ภายในกลางปี 2568
ปฏิกิริยาจากตลาด
ตลาดการเงินตอบรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ด้วยความผันผวน โดยค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า BoE ยังคงยืนหยัดในการสกัดเงินเฟ้อ แม้จะเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อผู้กู้
การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ส่งผลให้ภาระหนี้ของผู้กู้ โดยเฉพาะผู้ที่มีสินเชื่อบ้านแบบดอกเบี้ยลอยตัว เพิ่มสูงขึ้น ธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง已经开始ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามแล้ว สมาคมผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
BoE ส่งสัญญาณว่าอาจยังไม่หยุดขึ้นดอกเบี้ย โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางรายคาดว่า BoE อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนกันยายน



