กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยปีนี้ พบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 20 มิถุนายน 2567 จำนวนกว่า 40,000 ราย ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3 เท่า โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 40 ราย
ปัจจัยที่ทำให้ระบาดหนัก
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ไข้เลือดออกระบาดรุนแรงขึ้นในปีนี้ มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ฤดูฝนที่ทำให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพิ่มขึ้น ประกอบกับประชาชนจำนวนมากยังละเลยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและชุมชน นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5-14 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่ออาการรุนแรง
อาการที่ต้องเฝ้าระวัง
อาการของไข้เลือดออกที่สำคัญคือไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามตัว ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการช็อก เนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำและมีการรั่วของพลาสมา ผู้ปกครองควรสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีไข้สูง หากมีอาการซึมลง กระสับกระส่าย หรือมือเท้าเย็น ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
แนวทางการป้องกัน
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค" คือ เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้เป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และเก็บน้ำ สำรวจภาชนะที่อาจมีน้ำขัง เช่น จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่า และโอ่งน้ำ ควรปิดฝาให้มิดชิดหรือเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ รวมถึงทายากันยุงและนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด
ทั้งนี้ ผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะหายได้เองหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะช็อกและการเสียชีวิต ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422



