‘ซีพีเอฟ’ ประกาศแผนลงทุน 4.5 หมื่นล้าน ผุดธุรกิจใหม่-ขยายตลาดต่างประเทศ
ซีพีเอฟลงทุน 4.5 หมื่นล้าน ผุดธุรกิจใหม่-ขยายตลาดต่างประเทศ

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศแผนลงทุนมูลค่ารวม 45,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2568-2569 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดยเน้นการขยายธุรกิจใหม่และตลาดต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 6-8% ต่อปี

แผนลงทุน 45,000 ล้านบาท สู่เป้าหมายรายได้โต 6-8%

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนงบลงทุนสำหรับปี 2568-2569 ไว้ที่ 45,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบสำหรับการลงทุนในธุรกิจใหม่และขยายตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตในอัตรา 6-8% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน

แผนลงทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตในธุรกิจอาหารสัตว์และการแปรรูปเนื้อสัตว์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ

ซีพีเอฟตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้สูงขึ้น จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 60% โดยจะเน้นการขยายตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) รวมถึงจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารโปรตีนทางเลือกและธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ธุรกิจใหม่ เน้นอาหารเพื่อสุขภาพและโปรตีนทางเลือก

ส่วนหนึ่งของแผนลงทุนจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพและโปรตีนทางเลือก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ซีพีเอฟมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเนื้อสัตว์จากพืชและโปรตีนจากแมลง

นายประสิทธิ์กล่าวว่า “เรามองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและโปรตีนทางเลือก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเราจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด”

เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืน โดยจะลงทุนในระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในโรงงาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทยังมีแผนที่จะขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

ผลการดำเนินงานปี 2567 และแนวโน้มปี 2568

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 ที่ผ่านมา ซีพีเอฟมีรายได้รวมประมาณ 5.6 แสนล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคที่ฟื้นตัวในหลายประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ในปี 2568 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตตามแผนที่วางไว้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพและโปรตีนทางเลือก