เปิดตัวรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เริ่มทดสอบเดินรถปี 2569
เปิดตัวรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เริ่มทดสอบเดินรถปี 2569

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสามสนามบินหลักของประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยมีการประกาศแผนทดสอบเดินรถในปี 2569 โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เข้าด้วยกันด้วยระบบรางความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างสนามบินลงอย่างมาก

รายละเอียดโครงการ

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

เส้นทางและสถานี

เส้นทางรถไฟความเร็วสูงนี้จะครอบคลุมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีหลัก 9 แห่ง ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีอู่ตะเภา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเร็วและระยะเวลา

รถไฟจะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้การเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินอู่ตะเภาใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • ลดระยะเวลาในการเดินทางระหว่างสนามบินและเมืองสำคัญ
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
  • สร้างงานและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามแนวเส้นทาง
  • ลดปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ

กำหนดการทดสอบเดินรถ

ตามแผนงานที่วางไว้ การทดสอบเดินรถจะเริ่มขึ้นในปี 2569 โดยจะมีการทดสอบระบบต่างๆ เช่น ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบควบคุมการเดินรถ ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในปี 2570

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การลงทุนและการร่วมทุน

โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.2 แสนล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายใต้รูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) โดยมีบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด เป็นผู้รับสัมปทาน

การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว