รัฐสภาเวียดนามกำลังเตรียมพิจารณาอนุมัติร่างกฎหมายภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยกฎหมายนี้จะกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนามไว้ที่ร้อยละ 15 ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567
รายละเอียดของกฎหมายภาษีขั้นต่ำทั่วโลก
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมของกลุ่มบริษัทอย่างน้อย 750 ล้านยูโรต่อปี หรือประมาณ 29,000 ล้านบาท โดยบริษัทที่เข้าข่ายจะต้องเสียภาษีในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 หากในประเทศใดที่บริษัทจ่ายภาษีต่ำกว่าอัตรานี้ เวียดนามมีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีส่วนต่างเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติ
การนำกฎหมายภาษีขั้นต่ำทั่วโลกมาใช้จะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเวียดนาม เช่น การยกเว้นภาษีหรือการลดหย่อนภาษี ซึ่งอาจทำให้ความน่าดึงดูดใจในการลงทุนลดลง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวียดนามได้เตรียมมาตรการชดเชยอื่นๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เช่น การให้เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี
ความเป็นมาของข้อตกลง
ข้อตกลงภาษีขั้นต่ำทั่วโลกเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศกว่า 140 ประเทศภายใต้กรอบ OECD เพื่อป้องกันการแข่งขันด้านภาษีที่รุนแรงและลดการหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติ โดยกำหนดให้บริษัทที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีในอัตราอย่างน้อยร้อยละ 15 ไม่ว่าบริษัทจะตั้งอยู่ในประเทศใด
เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมข้อตกลงนี้ และได้เร่งดำเนินการออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยคาดว่ากฎหมายนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลเวียดนามจากภาษีนิติบุคคลที่เคยถูกลดหย่อนหรือยกเว้นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
การเตรียมความพร้อมของเวียดนาม
กระทรวงการคลังเวียดนามได้เสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาในสมัยประชุมเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 โดยคาดว่ากฎหมายจะผ่านการอนุมัติและมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ เวียดนามยังได้เตรียมปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการลงทุนและกฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่
นักวิเคราะห์มองว่าการนำภาษีขั้นต่ำทั่วโลกมาใช้จะส่งผลให้เวียดนามต้องปรับเปลี่ยนนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากเดิมที่เน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี มาเป็นการพัฒนาปัจจัยอื่นๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน แรงงานที่มีทักษะ และความสะดวกในการทำธุรกิจ
ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ
นักลงทุนต่างชาติหลายรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายใหม่นี้ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวียดนามได้ยืนยันว่าจะมีมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การให้เงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา หรือการสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากร
นอกจากนี้ เวียดนามยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เนื่องจากมีปัจจัยบวกอื่นๆ เช่น ตลาดขนาดใหญ่ ค่าแรงที่แข่งขันได้ และความมั่นคงทางการเมือง



