ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,620.34 จุด ปรับตัวลดลง 6.84 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.42 โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 58,000 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,500 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 800 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,200 ล้านบาท
ปัจจัยที่กดดันตลาด
นายวิศิษฐ์ ชัยรัตนาวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงปรับพอร์ตการลงทุน
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลง
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ลดลงร้อยละ 1.2 กลุ่มธนาคาร ลดลงร้อยละ 0.8 และกลุ่มปิโตรเคมี ลดลงร้อยละ 0.6 ขณะที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.3
- หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด: PTT ลดลง 2.00 บาท, SCB ลดลง 1.50 บาท, KBANK ลดลง 1.00 บาท
- หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด: CPALL เพิ่มขึ้น 1.00 บาท, ADVANC เพิ่มขึ้น 0.50 บาท, BDMS เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากนักลงทุนรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินเยนและเงินทุนเคลื่อนย้าย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดเมืองของจีนที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่คาดว่าจะออกมาในเร็วๆ นี้



