หนุ่มวัย 28 ปี ออกมาเตือนภัยผ่านโซเชียล หลังประสบปัญหาถูกนิติบุคคลอาคารชุดตัดน้ำ-ไฟฟ้า เนื่องจากค้างชำระค่าส่วนกลางนานถึง 4 ปี โดยมียอดค่าปรับรวมกว่า 5 แสนบาท เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม
รายละเอียดเหตุการณ์
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนเองได้ซื้อห้องชุดในอาคารแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง ทำให้ละเลยการชำระค่าส่วนกลาง เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี ทางนิติบุคคลได้ตัดน้ำ-ไฟ และแจ้งยอดหนี้รวมค่าปรับสูงถึง 537,000 บาท ซึ่งรวมค่าส่วนกลางที่ค้างและค่าปรับที่คิดจากยอดค้างชำระในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี
ข้อควรระวังสำหรับผู้ซื้อคอนโด
จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อคอนโดมิเนียม ควรตรวจสอบข้อกำหนดในสัญญาเกี่ยวกับค่าส่วนกลางและค่าปรับอย่างละเอียด รวมถึงควรวางแผนการชำระค่าส่วนกลางอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ได้เข้าพักอาศัยก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สินที่อาจบานปลาย
- ตรวจสอบสัญญา: ก่อนซื้อควรอ่านสัญญาให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องค่าส่วนกลางและอัตราค่าปรับ
- ชำระค่าส่วนกลางสม่ำเสมอ: ควรตั้งระบบเตือนหรือหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ลืมชำระ
- ติดต่อนิติบุคคล: หากมีปัญหาทางการเงิน ควรเจรจากับนิติบุคคลเพื่อหาทางออกก่อนที่จะถูกตัดสาธารณูปโภค
มุมมองทางกฎหมาย
ทางด้านทนายความให้ความเห็นว่า การที่นิติบุคคลตัดน้ำ-ไฟ ถือเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากน้ำและไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในสัญญาที่ผู้ซื้อได้ตกลงไว้
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน ควรปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ของตน และอาจยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือศาลปกครอง
บทเรียนราคาแพง
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ที่มองข้ามความสำคัญของค่าส่วนกลาง แม้จะไม่พักอาศัยก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามสัดส่วน การปล่อยให้ค้างชำระอาจนำมาซึ่งดอกเบี้ยและค่าปรับที่สูงลิ่วจนเกินกว่าที่คาดคิด
ทั้งนี้ ผู้เสียหายหวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อื่นที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโด หรือผู้ที่ปล่อยห้องว่างไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ควรวางแผนการเงินให้รอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต



