จากติดลบ 8 เดือน สู่เป้าส่งออกผลไม้ไทย 3 แสนล้านบาท
จากติดลบ 8 เดือน สู่เป้าส่งออกผลไม้ไทย 3 แสนล้าน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดจนถึงระยะผลผลิตออกสู่ตลาด ซึ่งเริ่มสะท้อนผลเชิงบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเร่งผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยไปยังตลาดโลกก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิต

มาตรการเชิงรุกพลิกสถานการณ์

กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งทีมเจรจากับด่านการค้าในประเทศลาว เวียดนาม และจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ พร้อมทั้งมอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในจีนประสานงานกับผู้นำเข้า ซึ่งส่งผลให้มียอดสั่งซื้อทุเรียนในปีนี้กว่า 1 ถึง 1.1 ล้านตัน ขณะที่ทูตพาณิชย์ในเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย สามารถหาตลาดรองรับมังคุดได้กว่า 1.5 แสนตัน

นอกจากนี้ ยังมีการเร่งทำตลาดผลไม้ไทยในประเทศจีน ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงการขยายตลาดศักยภาพอย่างเกาหลีใต้และอินเดีย ตลอดจนตลาดสร้างภาพลักษณ์ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ สหภาพยุโรป และเอเชียกลาง ควบคู่กับการเปิดช่องทางจำหน่ายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ ส่งผลให้การสั่งซื้อผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ส่งออกเดือนเมษายนพลิกฟื้น

ผลจากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรในเดือนเมษายน 2569 ขยายตัวถึง 17.9% หลังจากที่ติดลบต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 8 เดือน โดยผลไม้สำคัญที่เติบโตในระดับสูง ได้แก่

  • ทุเรียน เพิ่มขึ้น 109.5%
  • เงาะ เพิ่มขึ้น 92.8%
  • ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 70%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการผลไม้ไทยในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตลาดในประเทศ

สำหรับตลาดภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ผนึกกำลังกับห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และภาคเอกชน จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้และบุฟเฟต์ผลไม้ รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายผ่านตลาดกลาง ตลาดสด แพลตฟอร์มออนไลน์ และโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผ่านที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ไทย และรถพุ่มพวง โดยตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน เพื่อเร่งกระจายผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แคมเปญ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อนคุณภาพของโลก

แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตรเป็นรายเฟส โดยในระดับต้นน้ำ มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน รวมถึงสนับสนุนโครงการตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับ (Q-Chain) สำหรับทุเรียนจังหวัดจันทบุรี

ในระดับกลางน้ำ เร่งส่งเสริมการแปรรูปผลไม้และนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกิน เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและยกระดับราคา ส่วนในระดับปลายน้ำ เร่งรักษาตลาดเดิม เจาะตลาดใหม่ ขยายตลาดสินค้าแปรรูป และเพิ่มช่องทางขายผ่าน Live Commerce และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น TikTok รวมถึงการใช้ KOL และ Influencer ช่วยสร้างการรับรู้สินค้าไทย

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรผ่านการสร้างแบรนด์ การต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมถึงใช้กลไก Contract Farming เพื่อสร้างระบบซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งเริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายปี 2569

กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันการส่งออกผลไม้สดไทยให้ขยายตัว 5% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.79 แสนล้านบาท และคาดว่าการส่งออกผลไม้สดและแปรรูปโดยรวมจะมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท

สำหรับทุเรียนทั้งสดและแปรรูป คาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.4 แสนล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน ขณะที่มังคุดทั้งสดและแปรรูป คาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความต้องการในตลาดต่างประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง